Chat with us, powered by LiveChat

วิเคราะห์บอล สถิติที่เหลือที่เตรียมถูก ลิเวอร์พูล ทำลายในซีซั่นนี้

06/03/2020 ballroad 24 views

ในที่สุด ฤดูกาล 2019/20 ก็จะไม่มีแชมป์ไร้พ่าย วิเคราะห์บอล ทำให้แฟนๆ อาร์เซน่อล เฮเพราะยังเป็นเจ้าของสถิตินี้เพียงหนึ่งเดียว ลิเวอร์พูล ไม่สามารถสร้างประวัติศาสตร์ร่วม และสถิติต่อเนื่องหยุดลงที่ 44 เกม ไปไม่ถึงหลัก 49 เกม ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ยังเป็นทีมที่ไม่พบความปราชัยต่อเนื่องมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของลีกสูงสุดอังกฤษ อย่างน้อยก็แซงหน้า เชลซี ของ โชเซ่ มูรินโญ่

วิเคราะห์บอล

วัตฟอร์ด ที่กำลังต่อสู้เพื่อความอยู่รอดใน พรีเมียร์ลีก สร้างเซอร์ไพรส์ หยุดสถิติไร้พ่ายของ ลิเวอร์พูล ไว้ที่ 44 เกม และหยุดชัยชนะรวดไว้ที่ 18 เกมเท่ากับที่ แมนฯ ซิตี้ เคยทำในฤดูกาล 2017/18

เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือขาร็อคบอกว่า เขามุ่งมั่นกับการก้าวไปทีละก้าว และมีเป้าหมายที่มากกว่าแค่ทำลายสถิติ พุ่งตัวไปที่อะไรสักอย่าง ถ้าบังเอิญสร้างสถิติได้นั่นถือว่าดี แต่ไม่ได้ไม่เป็นไร ว่ากันตามตรง แชมป์สำคัญกว่าสถิติ และยังแอบบอกเป็นนัยว่า แพ้สักทีก็ดี จะได้เลิกถามว่าจะทำสถิติ 49 เกมหรือเปล่า! แบบติดรำคาญหน่อยๆ

แน่นอนว่าการเป็นดับเบิ้ลแชมป์หรือเทรเบิ้ลในประเทศก็เป็นอีกสิ่งที่ต้องตัดออกไป คาราบาว คัพ เป็นของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปแล้ว และ เอฟเอ คัพ เพิ่งโดน เชลซี เขี่ยตกรอบ พร้อมกับ วิเคราะห์บอล ผลงานที่น่าใจหายเล็กน้อยหลังพักเบรกกลับมาแพ้ถึง 3 จาก 4 เกม รวม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่ไม่รู้จะออกหน้าไหน แต่งานของพวกเขาก็ถือว่าไม่เบาในฐานะแชมป์เก่า เช่นนี้แล้วยังเหลือตัวเลขอะไรให้พวกเขาสร้างใหม่ มีสถิติอะไรที่ “หงส์แดง” ชุดนี้จะทำลายได้อีก

วิเคราะห์ สถิติที่ ลิเวอร์พูล เตรียมทำลายในฤดูกาลนี้

ยิงประตูมากที่สุด

ส่วนหนึ่งของความสำเร็จของ แมนฯ ซิตี้ จากดาวยิงคนสำคัญ เซร์คิโอ กุน อเกวโร่ และเจ้าของรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำเดือนมากที่สุด 7 สมัย

เจ้าของสถิติการประตูมากที่สุดเป็นของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ฤดูกาล 2017/18 นำโดย เป๊ป กวาร์ดิโอล่า 106 ประตูเฉลี่ย 38 เกมยิงได้เกมละ 2.78 ประตู ซึ่งหลังจากผ่าน 28 เกม ลูกทีมของ คล็อปป์ซัดไปแล้ว 64 ประตู เฉลี่ย 2.28 ประตู ยังตามหลังอยู่เล็กน้อย เมื่อเอาตัวเลขกลมๆ มาบวกลบ 10 เกมที่เหลือ พวกเขาต้องยิงอีก 42 ประตู หรือเกมละ 4-5 ประตู อาจดูยาก แต่ในทางคณิตศาสตร์ก็มีความเป็นไปได้

วิเคราะห์บอล ส่วนการเสียประตูน้อยที่สุดนั้นเป็นไปไม่ได้แล้ว เมื่อโดนยิงไป 20 ประตู โดยสถิติเดิมเป็น เชลซี ของ โชเซ่ มูรินโญ่ ในฤดูกาล 2004/05 ที่มีเกมรับสุดเหนียวแน่น เสียไปเพียง 15 ประตูหรือเฉลี่ยต่อเกม 0.39 ประตูเท่านั้น


ทำคะแนนมากที่สุด

ฤดูกาล 2017/18 เป็นซีซั่นที่ประสบความสำเร็จในทางสถิติ แต่หากภาพรวมความสำเร็จ 3 แชมป์ในประเทศอยู่ที่ฤดูกาลถัดไป และทำให้ เป๊ป เป็นหนึ่งในกุนซือที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในยุคนี้

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในฤดูกาล 2017/18 เป็นเจ้าของสถิตินี้เช่นกันที่ 100 คะแนนจาก 38 เกม เฉลี่ย 2.63 คะแนนต่อเกม ตลอดซีซั่นพวกเขาชนะ 32 เสมอ 4 แพ้ 2 นัด ขณะที่ ลิเวอร์พูล เมื่อผ่าน 28 เกม ชนะ 28 เสมอ 1 แพ้ 1 เก็บแต้มไปแล้ว 79 คะแนน เฉลี่ย 2.82 คะแนน ตัวเลขนี้ได้เปรียบกว่า “เรือใบ” อยู่เล็กน้อย ซึ่งหากพวกเขาเดินหน้าชนะรวดต่อไปแบบกลับตัวได้จากการหัวทิ่มแพ้ วัตฟอร์ด พวกเขาจะมี 109 คะแนน

สมมติว่า ยังกู้ฟอร์มคืนไม่ได้ พวกเขาสามารถสะดุดแพ้ 2 เสมอ 1 ก็ยังมีแต้มมากกว่า แต่นั่นคงไม่ใช่สิ่งที่ คล็อปป์ คาดเอาไว้ ล้มได้ก็ต้องลุกให้เร็ว นี่จึงเป็นสถิติที่พวกเขาน่าจะทำลายลงได้ หากไม่ปล่อยให้โมเมนตัมเหวี่ยงพวกเขาออกไปนอกเส้นทางจนไกลเกิน และหลังจากตกรอบ เอฟเอ คัพ เหมือนจะได้ยิน คล็อปป์ บอกว่า ต่อไปคงไม่ต้องมีเกมเตะทุก 3-4 วันแล้วล่ะมั้ง?


ได้แชมป์รวดเร็วที่สุด

แมนฯ ยูไนเต็ด ฤดูกาล 2000/01 ได้แชมป์รวดเร็วที่สุดเมื่อเหลืออีก 5 เกม และเป็นแชมป์ลีกสูงสุดสมัยที่ 14 ของสโมสร

คงต้องออกตัวอีกครั้งถ้าจะบอกว่าทุกอย่างยังเป็นไปได้ การได้แชมป์รวดเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์เป็นสถิติร่วมของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2017/18 และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2000/01 ทั้งสองทีมสามารถคว้าแชมป์ได้เมื่อยังเหลืออีก 5 เกม และเป็นวันที่ตรงกันคือ 14 เมษายน ซึ่งอย่างที่บอกว่า หาก ลิเวอร์พูล ล้มแล้วลุกได้เร็ว คว้าชัยชนะในอีก 4 เกมต่อจากนั้นได้ทั้งหมด พวกเขาจะเป็นแชมป์ที่รวดเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ ภายในวันที่ 5 เมษายน 2020

โปรแกรม พรีเมียร์ลีก 4 นัดถัดจากนี้ “หงส์แดง” จะเปิดบ้านต้อนรับ บอร์นมัธ, เยือน เอฟเวอร์ตัน, เหย้า เจอ คริสตัล พาเลซ และไปเยือน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งถือว่าไม่เบาทีเดียว แต่ถ้าทำได้ตามแผนพวกเขาจะบุกไปเหยียบย่ำแชมป์เก่าได้ถึง เอติฮัดสเตเดี้ยม

อย่างไรก็ดี ถ้ารองจ่าฝูงอย่าง “เรือใบ” พลาดท่าแพ้รวดในอีก 2 นัดต่อจากนี้ การคว้าแชมป์ของกุนซือขาร็อคและทีมงานก็จะขยับเข้ามาใกล้อีก ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าพวกเขาอาจจะมีลุ้นเบาๆเพราะ วิเคราะห์บอล แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะไปเยือนเพื่อนข้างบ้านอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และกลับมาต้อนรับ อาร์เซน่อล เป็นเกมใหญ่ที่น่าติดตามทั้งสอง


ชัยชนะมากที่สุด (และช่องว่างคะแนนมากที่สุด)

คอนเต้ เป็นกุนซือที่พาทีมคว้าแชมป์และแตะหลัก 30 นัดเป็นครั้งแรก ก่อนโดน แมนฯ ซิตี้ ทำลายสถิติในซีซั่นถัดมา

ย้อนไปเมื่อเกือบ 2 ทศวรรษก่อน “ปิศาจแดง” ของท่านเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน คว้าแชมป์ได้รวดเร็ว ทั้งที่ยังเหลือ 5 เกม แต่ก็ต้องยอมรับว่าเป็นเพราะทีมที่ตามหลังอย่าง อาร์เซน่อล พลาดท่า และทีมแชมป์ชุดนั้น ชนะ 24 เสมอ 8 แพ้ 6 เกม ฤดูกาล 2016/17 เชลซี ของ อันโตนิโอ คอนเต้ อาจยังห่างไกลการได้ชัยอย่างรวดเร็วเมื่อขับเคี่ยวกับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ แต่สามารถเก็บชัยได้ถึง 30 เกม

สถิติมีไว้ทำลายไม่ใช่คำพูดที่โก้หรู เพราะฤดูกาลถัดมา เป๊ป และทีมของเขาคว้าชัยได้มากเป็นประวัติกาล 32 เกม ปิดฤดูกาลพร้อมช่องว่าง 19 คะแนน และมันอาจถูกทำลายลงอีกครั้ง หาก ลิเวอร์พูล เอาชนะได้อีก 5 จาก 10 เกมที่เหลืออยู่ ส่วนช่องว่างก็เป็นไปได้ที่จะกว้างเกิน 19 คะแนน


ไร้พ่ายในบ้านมากที่สุด

เดือนตุลาคมปี 2008 ลิเวอร์พูล เป็นผู้ทำลายสถิติไร้พ่ายในบ้านมากที่สุดของ เชลซี ที่ไม่แพ้ใครที่ แสตมฟอร์ด บริดจ์ ยาวนานกว่า 4 ปี 86 เกมใน พรีเมียร์ลีก โดยบุกไปยัดเยียดความพ่ายแพ้ 1-0 อย่างเฉียดฉิวจากประตูชัยของ ชาบี อลอนโซ่ ในนาทีที่ 10 แม้เวลาผ่านมานานเกินทศวรรษ ก็ยังไม่มีใครทำลายมันลง แต่ทีมของ คล็อปป์ ยังสามารถไล่ล่าสถิตินี้ได้ จากการเก็บสะสมชัยชนะที่ แอลฟิลด์ มาแล้ว 55 เกม แน่นอนว่าหนทางในการรักษาตัวเกมเหย้ายังอีกยาวไกล แต่ก็ยังมีโอกาสที่จะทำ


จ่ายบอลมากที่สุด

นอกจากการระเบิดประตู ความสามารถอีกอย่างที่โดดเด่นของ อองรี คือจ่ายประตูมากถึง 20 ครั้งในฤดูกาล 2002/03

การจ่ายบอลเป็นประตูไม่ใช่สถิติสำหรับทีม แต่เป็นสถิติส่วนตัว เธียร์รี่ อองรี เคยจ่ายให้เพื่อนมากที่สุด 20 ครั้งในฤดูกาล 2002/03 เช่นนั้นใครกันที่จ่ายบอลให้แข้งร่วมทัพมากที่สุดในซีซั่นปัจจุบัน ไม่ใช่ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน และไม่ใช่ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ แต่เป็นแบ็คขวาอนาคตไกล เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนล์ ที่แอสซิสต์ไปแล้ว 12 ครั้ง เขาต้องการอีก 9 ครั้งใน 10 เกมที่เหลือเพื่อทำลายสถิติของ อองรี แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเป็นไปได้แค่ไหน หลังจากโชว์ฟอร์มไม่ค่อยออกในนัดพ่าย วัตฟอร์ด


กุนซือเยอรมันคนแรกที่ได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก

กุนซืออิตาลีมีฝีมือด้านแท็คติกเช่นเดียวกับสเปน เยอรมนีเองก็ไม่น้อยหน้าใคร แต่ยังไม่เคยมีชาวเยอรมันพาทีมใดใน พรีเมียร์ลีก สร้างประวัติศาสตร์ ซึ่ง คล็อปป์ จะเป็นคนแรก

ถ้าพูดเรื่องฟุตบอล อังกฤษและเยอรมนีดูจะมีความสัมพันธ์ที่ไม่ราบเรียบสักเท่าไร ตั้งแต่ เวิลด์ คัพ 1966 รอบชิงชนะเลิศกับประตูผีที่ทำให้ “สิงโตคำราม” เป็นแชมป์ในครั้งนั้น แต่ชาวเยอรมันที่คับแค้นกลับมาเอาคืนและกลายเป็นแชมป์โลกไปแล้ว 4 สมัยด้วยแท็คติกที่เหนือกว่า

ถึงอย่างนั้น กุนซือเยอรมันและนักเตะเยอรมันส่วนมากก็ยังไม่ไปไหนไกลจาก บุนเดสลีกา ที่พวกเขาเชื่อว่าดีที่สุดในยุโรป และดีที่สุดในโลกอยู่แล้ว จึงยังไม่เคยมีใครจากเมืองเบียร์พาทีมเป็นแชมป์ถ้วยใบใหญ่หรือถ้วยหลักอย่าง ลีก คัพ, เอฟเอ คัพ และ พรีเมียร์ลีก มาก่อน ซึ่งหาก คล็อปป์ สามารถพา ลิเวอร์พูล เถลิงแชมป์ พรีเมียร์ลีก สำเร็จ เขาจะกลายเป็นชาวเยอรมันคนแรกที่ทำได้


แม้ความคาดหวังที่จะยิ่งใหญ่แบบเทรเบิ้ล 3 แชมป์ หรือควอดรูเปิ้ล 4 แชมป์ของ ลิเวอร์พูล จะหมดไปแล้ว แชมป์ไร้พ่ายก็เช่นกัน แต่เชื่อว่าอย่างน้อย ความเป็นไปได้ที่จะเป็นแชมป์ พรีเมียร์ลีก ยังคงอยู่ และน่าจะเป็นเป้าหลักที่ คล็อปป์ และทุกคนต้องการเป็นลำดับแรก เพื่อให้พวกเขาเป็นทีมใหญ่ของจริง และหลุดพ้นคำล้อเลียนว่าว่าวแชมป์ พรีเมียร์ลีก

ติดตามทุกความเคลื่อนไหวในวงการฟุตบอล สถิติบอล วิเคราะห์บอล รวมถึง ข่าวบอล ผลบอลสด จากทุกลีกดังรอบโลกติดตามได้ทางเว็บไซต์ : ballroad.com

Tags :
Leave Comment
อยากแทงบอลยูโร 2020 คลิกเลย!!!
บทความที่น่าสนใจ