Chat with us, powered by LiveChat

โปรแกรมบอล เมสัน กรีนวู้ด อนาคต ปีศาจแดง ตามรอยวันเดอร์คิด

15/07/2020 ballroad 51 views

โปรแกรมบอล นาทีนี้คงไม่มีแฟน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คนไหนไม่รู้จักชื่อ เมสัน กรีนวู้ด ดาวรุ่งวัยเพียง 18 ปีที่ลงสนามให้เห็นหน้าตาเป็นประจำในฤดูกาล 2019/20 ตามแผนสร้างทีมเลือดใหม่ของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา และการยิงหน้ากรอบเขตโทษในเกมที่เอาชนะ แอสัน วิลล่า 3-0 ยิ่งทำให้เขาเป็นที่จดจำจากประตูอันสวยงาม

กรีนวู้ด ลงสนาม 27 เกมใน พรีเมียร์ลีก เป็นตัวจริง 9 นัด รวมเวลาลงเล่นทั้งหมด 999 นาที ยิงได้ 9 ประตู และยังเป็นตัวจริงในฟุตบอถ้วยรายการอื่นๆ ทั้งหมด รวม ยูโรปา ลีก ด้วย

มีคนเปรียบเทียบว่าเขาคล้ายคลึงกับ จาดอน ซานโช หรือว่าบางทีบอร์ดบริหารอาจไม่ต้องจ่ายเงินแพงๆ เพื่อซื้อตัวมาจาก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ แล้ว เพราะมี กรีนวู้ด ผู้ที่ โซลชา บอกว่าตัดใจหั่นชื่อออกไปไม่ได้จริงๆ แม้ยังไม่ใช่ตัวจริงขาประจำ แต่เมื่อหารค่าจากวลาการลงสนาม เขายิง 1 ประตูทุก 111 นาที สถิติใกล้เคียงกับนักเตะรุ่นพี่ที่เคยโด่งดังในวัยทีนอย่าง ไมเคิ่ล โอเว่น และ เวย์น รูนี่ย์

กรีนวู้ด เกิดในอังกฤษ เข้าอคาเดมี่ แมนฯ ยูไนเต็ด ตั้งแต่อายุเพียง 6 ขวบ และอยู่ในทีมเยาวชนมาทุกระดับชั้น เมื่อ 2 ปีก่อนในลีกรุ่นอายุไม่เกิน 18 เขายิงถึง 17 ประตูจาก 21 เกม และเริ่มเดินทางไปอเมริกากับทีมชุดใหญ่ในช่วงปรีซีซั่น ได้รับการผลักดันจาก โชเซ่ มูรินโญ่ ตั้งแต่ตอนนั้น และ โซลชา ก็ยังมอบโอกาสให้ จากผลงานที่ถือว่าพัฒนาขึ้นมาเรื่อยๆ เขาจะสามารถตามรอยตำนานได้หรือไม่

<<อยากเป็นส่วนหนึ่งกับเว็บพนันที่ดีที่สุด Maxbet คือทางเลือกที่ดีที่สุดในตอนนี้ อยากรู้ดีจริงไหมคลิกเลย>>

เมสัน กรีนวู้ด ตามรอยวันเดอร์คิด

ไมเคิ่ล โอเว่น

ทุกคนรู้จัก โอเว่น ดี เขาเติบโตมากับระบบเยาวชนของ ลิเวอร์พูล ทั้งที่ ไบรอัน คิดด์ เดินทางจากแมนเชสเตอร์มาเพื่อดูฟอร์ม แต่จดหมายจาก สตีฟ ไฮเวย์ เจ้าหน้าที่ในทีมเยาวชนกลับจับหัวใจของ ไมเคิ่ล และเขาเลือกที่จะเข้าสู่อคาเดมี่ “หงส์แดง” เซ็นสัญญาเยาวชน พัฒนาเป็นสัญญานักเตะอาชีพเมื่ออายุ 17 ปี และก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่

รอย อีแวนส์ ผู้จัดการทีมในตอนนั้นไม่รอช้า จับเขาลงสนาม ประตูแรกเกิดขึ้นในวันที่ 6 พฤษภาคม 1997 ที่ เซลเฮิร์ทซ์ พาร์ค กับ วิมเบิลดัน ฤดูกาลถัดมา 1997/98 โอเว่น ลงสนาม 36 เกมใน พรีเมียร์ลีก ออกสตาร์ท 34 เกม รวมเวลา 3,005 นาที ยิง 18 ประตู หรือ 1 ประตูในทุก 167 นาที ใครก็กล่าวขวัญว่าเขาคือนักเตะรุ่นใหม่ที่จะมาทาบชั้น ร็อบบี้ ฟาวเลอร์


ร็อบบี้ ฟาวเลอร์

นักเตะรุ่นพี่ของ โอเว่น อายุมากกว่า 5 ปี อีกหนึ่งผลผลิตจากอคาเดมี่ ลิเวอร์พูล ที่จริงจังกับการเล่นฟุตบอลและลาออกจากโรงเรียนมาเป็นแข้งอาชีพเต็มตัว เซ็นสัญญาในวันเกิดอายุ 17 ปี 9 เมษายน 1992 จากนั้นอีก 8 เดือนจึงก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ เป็นตัวสำรองใน เอฟเอ คัพ รอบ 3 กับ โบลตัน วันเดอเรอร์ส

ฤดูร้อนปี 1993 เข้าร่วมชิงแชมป์ ยูโร ชุดอายุไม่เกิน 18 ปีกัทีมชาติอังกฤษ ได้แชมป์กลับมา และเพียงแค่ลงสนามในเกมลีกนัดที่ 5 ก็ซัดแฮททริคใส่ เซาธ์แฮมป์ตัน และเป็นเครื่องจักรถล่มประตู ฤดูกาล 1993/94 ลงสนามในเกมลีก 23 นัด เป็นตัวจริง 22 เกม รวมเวลา 1,970 นาที ยิง 10 ประตูหรือ 1 ประตูทุก 197 นาที


อลัน สมิธ

ใครๆ ก็จำภาพของ สมิธ ในสีเสื้อ ลีดส์ ได้ดีกว่าตอนที่ย้ายมา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เขาเริ่มก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่เมื่ออายุเต็ม 18 ด้วยคาแร็คเตอร์กองหน้าที่ดุดันร่วมกับ จิมมี่ ฟลอยด์ ฮัสเซงเบงค์ ด้วยผลงานเริ่มต้นที่ยอดเยี่ยมพาทีมไปไกลถึง แชมเปี้ยนส์ ลีก ซีซั่นถัดมาจึงตัวเจ๋งๆ อย่าง มาร์ค วิดูก้า และ ไมเคิ่ล บริดเจส เข้ามาเพิ่ม

แต่ก่อนจะถึงตรงนั้น สมิธ ก็ทำผลงานได้น่าประทับใจ ฤดูกาล 1998/99 เขาลงสนามใน พรีเมียร์ลีก 22 เกม เป็นตัวจริง 15 นัด รวมเวลา 1,460 นาที ยิงได้ 7 ประตู หรือยิงประตูทุก 209 นาที ไม่กี่ปีต่อมา เขาย้ายมาที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และเป็นคนที่ท่านเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน มองว่าจะสืบทอดตำแหน่งกัปตันของ รอย คีน ได้


คริส บาร์ต-วิลเลี่ยมส์

ชื่อของเขาอาจไม่คุ้นหูนัก เขาเป็นนักเตะของ เลย์ตัน โอเรียนท์ ที่ในตอนนี้อยู่ดิวิชั่น 3 ด้วยวัยเพียง 16 ปีลงเล่นเกมลีกถึง 36 นัด และ เชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ ที่เลื่อนชั้นมา ดิวิชั่น 1 ในปี 1991/92ก็ยอมทุบสถิติสโมสรเพื่อซื้อเข้ามา อาชีพนักเตะของ บาร์ต วิลเลี่ยมส์ เริ่มจริงจังขึ้นจากตรงนั้น

เมื่อเปลี่ยนจากดิวิชั่น 1 เป็น พรีเมียร์ลีก พัฒนาการของเขาก็เพิ่มขึ้น ออกสตาร์ท 21 จากทั้งหมด 34 เกมที่ลงสนาม นับได้ 2,125 นาที ยิง 6 ประตูหรือยิงประตูทุก 354 นาที ก่อนย้ายไป น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ และเมื่อสโมสรประสบปัญหาการเงิน ต้องการขายเขาออกไป เขากลับปฏิเสธ เซาธ์แฮมป์ตัน เลือกไป ชาร์ลตัน แอธเลติก


ฟรานซิส เจฟเฟอร์ส

หนึ่งในดาวรุ่งพุ่งแรง ที่พุ่งขึ้นมาแล้วจมหายไปอย่างน่าประหลาด โด่งดังในฐานะเยาวชนของ เอฟเวอร์ตัน เริ่มลงสนามให้ทีมชุดใหญ่ตั้งแต่อายุ 16 ปี แม้เป็นสำรองแต่ก็เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ใน บ็อกซิ่ง เดย์ ปี 1997 ที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด และใช้เวลาพัฒนาขึ้นมาอย่างช้าๆ โดยในฤดูกาล 1998/99 จนถึง 2001/01 รวม 3 ซีซั่น เขายิงประตูไปฤดูกาลละ 6 ประตูใน พรีเมียร์ลีก ไม่ขาดไม่เกิน

ฤดูกาล 1998/99 เมื่ออายุ 17 ปี ลงเล่น 15 เกมเป็นตัวจริง 11 เกม ใช้เวลาในสนาม 969 นาที เท่ากับว่าทุก 162 นาทีจะยิงได้ 1 ประตู และซีซั่นถัดมา1999/2000 ลงสนามเป็นตัวจริง 16 จาก 17 เกม 1,333 นาที ยิงประตูทุก 222 นาที แต่เมื่อไปที่ อาร์เซน่อล เขาก็ไม่ใช่คนเดิม ไม่รู้เพราะทนความกดดันไม่ไหว หรือเหนื่อยกับการต่อสู้ชิงตำแหน่งที่ตอนนั้นมีทั้ง เธียร์รี่ อองรี และ ซิลแว็ง วิลตอร์


เวย์น รูนี่ย์

สมัยที่ยังเป็นเด็กนักเรียน รูนี่ย์ ยิงประตูได้ถึง 99 ประตูในซีซั่นเดียว ทำให้ เอฟเวอร์ตัน ไปคว้าตัวมาอยู่ในอคาเดมี่ เมื่ออายุเพียง 9 ขวบ และเขาก็ไม่ทำให้ผิดหวังด้วยการก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ในวัย 16 ปี เกมแรกเกิดขึ้นในวันที่ 17 สิงหาคม 2002 แต่ยังไม่ได้ยิง แค่จ่ายให้ มาร์ค เพมบริดจ์ เขาโดนแฟน ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ล้อเลียนทั้งที่เป็นผู้เล่นอายุน้อยที่สุดอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์สโมสร (รองจาก โจ รอยล์) ที่ลงสนามให้ทีมชุดใหญ่

ก่อนวันเกิดอายุ 17 ปีเพียง 5 วัน รูนี่ย์ ยิงประตูชัยในเกมที่เจอ อาร์เซน่อล ทำให้สถิติไร้พ่าย 30 เกมของ อาร์เซน่อล หยุดลง และกลายเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดที่ยิงประตูใน พรีเมียร์ลีก ทุบสถิติ เจมส์ มิลเนอร์ และ เจมส์ วอน และในฤดูกาล 2002/03 นั้นเอง เขาลงสนามให้ เอฟเวอร์ตัน 33 เกมในลีก แม้เป็นตัวจริงแค่ 14 เกม แต่ใน 1,581 นาทีนั้นซัดไป 6 ประตูหรือ 264 นาทีจะยิงได้ 1 ประตู ทั้งที่เพิ่งอายุ 17 เท่านั้น


หากเทียบสถิตินักเตะรุ่นพี่ทั้งหมด ค่าเฉลี่ยของ กรีนวู้ด ดูดีกว่าใคร แต่หากนับความสม่ำเสมอ เขาอาจยังไม่ได้ลงสนามมากมายเท่ากับ รูนี่ย์ หรือ ฟาวเลอร์ และความสดใสในวันนี้ก็ไม่บอกอนาคตว่าจะไปจบลงตรงไหน ปลายทางของเขาอาจเป็นแบบ เจฟเฟอร์ส หรือ สมิธ ไม่มีใครรู้ เขายังต้องทำงานหนักต่อไป โซลชา เองก็รู้ดีว่าเขาควรช่วย กรีนวู้ด ให้เดินหน้าไปทางไหน จนกว่าจะถึงวันนั้น

บทความแนะนำ

Tags : , , , ,
Leave Comment
อยากแทงบอลยูโร 2020 คลิกเลย!!!
บทความที่น่าสนใจ