Chat with us, powered by LiveChat

รวมผลงาน กุนซือชาวอังกฤษ ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก

17/11/2020 ballroad 50 views

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า กุนซือชาวอังกฤษ นั้นมีค่อนข้างน้อยสำหรับการวาดลวดลายในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ซึ่งตลอดระยะเวลานับตั้งแต่เปลี่ยนชื่อจาก ยูโรเปี้ยน คัพ มาจน ถึงปัจจุบันนั้นมีทั้งหมด 7 รายส่วนผลงานจะเป็นแบบไหนบ้างมาดูกัน

ผลงานสุดแจ่ม กุนซือชาวอังกฤษ ในศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก

โฮเวิร์ด วิลกินสัน สโมสร : ลีดส์ ยูไนเต็ด

สถิติ : ชนะ 2 แพ้ 3

ผลงานดีที่สุด : รอบสอง

วิลกินสัน เป็นนายใหญ่ชาวอิงลิชคนแรกที่นำสโมสรจากลีกของอังกฤษเข้าโลดแล่นในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก โดยเขานำ ลีดส์ ยูไนเต็ด เข้าไปเล่นในฤดูกาล 1992-93

ในฐานะแชมป์ดิวิชั่น 1 ของอังกฤษ ในสมัยก่อนการแข่งขันจะแบ่งเป็นรอบแรกและรอบสองเพื่อเข้าไปเล่นในรอบแบ่งกลุ่มที่มี 2 กลุ่มๆละ 4 ทีมเพื่อเอาแชมป์ทั้งสองกลุ่มมาชิงชนะเลิศกันและ วิลกินสัน ทำ

ได้ดีที่สุดก็เพียงแค่รอบสองแต่ไม่ทะลุไปรอบแบ่งกลุ่ม ซึ่งหลังจากฤดูกาลดังกล่าว ลีดส์ ก็ไม่ได้สัมผัสศึก แชมเปี้ยนส์ลีก อีกเลยจนกระทั่งฤดูกาล 2000-01 ที่ เดวิด โอเลียรี่ (ไอร์แลนด์) ทำสำเร็จ

เรย์ ฮัลฟอร์ด สโมสร : แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส

สถิติ : ชนะ 1 เสมอ 1 แพ้ 4

ผลงานดีที่สุด : รอบแบ่งกลุ่ม

แบล็คเบิร์น สามารถคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ได้อย่างยิ่งใหญ่ในฤดูกาล 1994-95 ด้วยการนำทีมของ เคนนี่ ดัลกลิช แต่ถึงอย่างนั้นอดีตแข้งตำนานของ ลิเวอร์พูล ก็ตัดสิน

ใจอำลาจากตำแหน่งลงหลังความสำเร็จดังกล่าวและ ฮัลฟอร์ด ก็เข้ามาแทนที่ ซึ่งผลงานใน แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาลแรกและฤดูกาลเดียว (1995-96) จนถึงปัจจุบันของ “กุหลาบไฟ” ถือว่าค่อนข้างเลวร้ายทีเดียวเพราะพวกเขาเก็บชัยชนะได้เพียงแค่

นัดเดียวพร้อมกับจบด้วยการเป็นบ๊วยของกลุ่มอีกต่างหาก โดยฤดูกาลดังกล่าว ฮัลฟอร์ด ก็นำแชมป์เก่ารั้งอันดับที่ 7 ของตารางและสุดท้ายเขาก็โดนตะเพิดออกจากตำแหน่งในฤดูกาล 1996-97 ช่วงเดือนตุลาคม

เซอร์ บ็อบบี้ ร็อบสัน สโมสร : ปอร์โต้, พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น, นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด

สถิติ : ชนะ 12 เสมอ 6 แพ้ 12 (รวมรอบคัดเลิอก)

ผลงานดีที่สุด : รอบแบ่งกลุ่มรอบสอง

ถือว่าเป็นกุนซือชาวอังกฤษที่มีประสบการณ์มากสุดแล้วก็ว่าได้สำหรับ เซอร์ บ็อบบี้ ร็อบสัน ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมากับหลากหลายสโมสรโดยประสบการณ์แรกใน แชมเปี้ยนส์ลีก ของเขาเกิดขึ้นกับ ปอร์โต้ ในฤดูกาล 1995-96 ซึ่งก็จบลงด้วยรอบแบ่งกลุ่ม

หลังจากนั้นประสบการณ์อีกรอบก็เกิดขึ้นกับ พีเอสวี ฤดูกาล 1998-99 ที่เล่นรายการนี้ตั้งแต่รอบคัดเลือกและสุดท้ายก็จบลงที่รอบแบ่งกลุ่มเหมือนเดิม

สุดท้ายประสบการณ์สั่งลากับ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด เกิดขึ้นในฤดูกาล 2002-03 ที่เขานำทีมดังจากแดนอีสานของเกาะอังกฤษเข้าโม่แข้งรายการใหญ่ได้ซึ่งตอนนั้น แชมเปี้ยนส์ลีก ต้องเล่นรอบแบ่งกลุ่มถึงสองรอบและก็ทะลุไปเป็นรอบ 8 ทีมสุดท้ายเลย

ซึ่งปีนี้เองที่ ร็อบสัน ทำผลงานได้ค่อนข้างดีเขานำ นิวคาสเซิ่ล ทะลุรอบแบ่งกลุ่มรอบแรกไปได้ก่อนจะมาตกม้าตายในรอบแบ่งกลุ่มรอบที่สองด้วยการดวงเฮงถูกจับสลากอยู่กลุ่มเดียวกับทั้ง เรอัล มาดริด, อินเตอร์ มิลาน และ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น

แฮร์รี่ เร้ดแนปป์ สโมสร : ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์

สถิติ : ชนะ 5 เสมอ 3 แพ้ 4 (รวมรอบคัดเลือก)

ผลงานดีที่สุด : รอบ 8 ทีมสุดท้าย

เร้ดแนปป์ สร้างเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ด้วยการนำทีมระดับกลางตารางในตอนนั้นอย่าง สเปอร์ส ฝ่าด่านทะลวงเข้าไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ได้สำเร็จในฤดูกาล 2010-11

แถมผลงานที่ออกมาก็สุดติ่งกระดิ่งแมวอีกต่างหากด้วยการถล่มเอาชนะ ยังบอยส์ รอบเพลย์ออฟไปด้วยสกอร์รวม 6-3 แถมรอบแบ่งกลุ่มก็คว้าแชมป์กลุ่มด้วยการมีแต้มเหนือ อินเตอร์ มิลาน แชมป์เก่าเมื่อปีก่อนได้ซะด้วย

จากนั้นรอบ 16 ทีมสุดท้าย สเปอร์ส ยังสร้างเซอร์ไพรส์อีกดอกด้วยการเบียดเอาชนะ เอซี มิลาน ไปได้ด้วยสกอร์รวม 1-0 แต่ก็มาจบที่รอบ 8 ทีมสุดท้ายเมื่อพวกเขาโดน เรอัล มาดริด อัดหนักเขี่ยตกรอบไปด้วยสกอร์รวม 5-0 เลย

แกรี่ เนวิลล์ สโมสร : บาเลนเซีย

สถิติ : แพ้ 1

ผลงานดีที่สุด : ?

แกรี่ เนวิลล์ ถูกแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการทีมของ บาเลนเซีย เมื่อช่วงเดือนธันวาคม 2015 เนื่องจากมีความสนิทชิดเชื้อกับเจ้าของอย่าง ปีเตอร์ ลิม และผงานที่ออกมาก็ห่วยแตกแบบน่าเหลือเชื่อ

แกรี่ เข้ามาแทน นูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต้ และมีโอกาสสัมผัสเกม แชมเปี้ยนส์ลีก เป็นนัดแรกแต่ก็ประเดิมด้วยความพ่ายแพ้ต่อ โอลิมปิค ลียง ไป 2-0 และนั่นก็เป็นนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มที่ “ไอ้ค้างคาว” จบอันดับ 3 ได้ไป ยูโรปา ลีก แทน

หลังจากนั้นคงไม่ต้องอธิบายอะไรมากเพราะผลงานของ แกรี่ มีแต่ทรุดกับทรุดแทบไม่มีทรงเลยซึ่งเขารั้งตำแหน่งผู้จัดการทีมของ บาเลนเซีย ได้จนถึงเดือนมีนาคมเท่านั้นเอง

เคร็ก เช็คสเปียร์ สโมสร : เลสเตอร์ ซิตี้

สถิติ : ชนะ 1 เสมอ 1 แพ้ 1

ผลงานดีที่สุด : รอบ 8 ทีมสุดท้าย

เช็คสเปียร์ เข้ามารับงานเป็นนายใหญ่ของ เลสเตอร์ ซิตี้ ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2017 ต่อจาก เคลาดิโอ รานิเอรี่ ที่สามารถนำทีมคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ได้เมื่อฤดูกาลก่อน

โดยตอนที่ เช็คสเปียร์ เข้ามานั้น เลสเตอร์ ผ่านรอบแบ่งกลุ่มมาด้วยการเป็นแชมป์และพวกเขาก็แพ้ต่อ เซบีย่า ไปก่อน 2-1 ในรอบ 16 ทีมสุดท้ายและหลังจากนั้น รานิเอรี่ ก็โดนปลดออกจากตำแหน่ง

เช็คสเปียร์ เข้ามาพร้อมกับนำทัพ “จิ้งจอกสยาม” พลิกเอาชนะผ่านรอบ 8 ทีมได้อย่างน่าเหลือเชื่อแต่สุดท้ายก็ต้องมาจอดรอบดังกล่าวด้วยฝีเท้าของ แอตเลติโก้ มาดริด ของ ดีเอโก้ ซิมิโอเน่ นั่นเอง

แฟร้งค์ แลมพาร์ด สโมสร : เชลซี

สถิติ : ชนะ 3 เสมอ 3 แพ้ 3

ผลงานดีที่สุด : รอบ 16 ทีมสุดท้าย

กลายเป็นกุนซือม้ามืดเหมือนกันสำหรับ แลมพาร์ด ที่เป็นผู้จัดการทีมชาวอังกฤษนำทีมลงสนามในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก โดยฤดูกาลแรกของเขากับ “สิงโตน้ำเงินคราม” คือ 2019-20 หรือฤดูกาลที่ผ่านมา

แลมพาร์ด สามารถนำทีมจบอันดับที่ 2 ในรอบแบ่งกลุ่มรองจาก บาเลนเซีย ด้วยการมีแต้มเท่ากันประตูได้เสียเท่ากันแต่เฮดทูเฮดแพ้ไปแบบน่าเสียดาย

โดยการผ่านเข้าไปเล่นในรอบ 16 ทีมสุดท้ายนั้นพวกเขาต้องเจอกับ บาเยิร์น มิวนิค ที่กระหน่ำสอนเชิงบอลให้ แลมพาร์ด ไปแบบไม่ยั้งด้วยการเอาชนะไป 7-1 (สกอร์รวม 2 นัด)

บทความที่เกี่ยวข้อง

Tags : , , ,
Leave Comment
อยากแทงบอลยูโร 2020 คลิกเลย!!!
บทความที่น่าสนใจ