Chat with us, powered by LiveChat

เส้นทางชีวิต เอ็มมานูเอล เปอตีต์ ตำนานนักเตะชื่อดังทีมชาติฝรั่งเศส

16/01/2020 ballroad 2,059 views

เอ็มมานูเอล เปอตีต์ อดีตดาวเตะเลือดน้ำหอมหรืออดีตตำนานนักเตะของวงการฟุตบอล เขาเกิดเมื่อปี 1970 ก่อนเริ่มต้นเส้นทางลูกหนังกับทีมท้องถิ่น และเพียงไม่นานก็อัพเกรดไปอยู่กับสโมสร อาแอส โมนาโก

ที่ราชรัฐโมนาโก นี่เองที่ เอ็มมานูเอล เปอตีต์ ประสบความสำเร็จอย่างมากและฉายแววโดดเด่นในบทบาทมิดฟิลด์ตัวตัดเกม ที่เล่นได้ดุดันขัดกับภาพลักษณ์ภายนอกที่ดูเหมือนเป็นหนุ่มเจ้าสำอาง โดยได้ร่วมงานกับยอดกุนซืออย่าง อสร์แซน เวนเกอร์ ที่ปลุกปั้นดาวเตะขึ้นมาหลายราย

ในช่วงแรกนั้น เปอตีต์ มักถูกส่งลงเล่นในบทบาทเซนเตอร์แบ็ค ซะเป็นส่วนใหญ่และก็เป็น เวนเกอร์ นั่นเอง ที่ทำการตัดแต่งพันธุกรรมให้เขาขึ้นมาเล่นกองกลางและให้ยืนจับคู่กับเพื่อนร่วมชาติอย่าง ปาทริค วิเอร่า ในสมัยที่ย้ายมาร่วมทีมอาร์เซน่อล

เส้นทางชีวิตการค้าแข้งตลอดชีวิตของ เอ็มมานูเอล เปอตีต์

กับสโมสรโมนาโก เขาคว้าแชมป์มาทั้ง ลีก เอิง , เฟร้นช์ คัพ และ คัพ วินเนอร์ส คัพ ก่อนจะจับเครื่องบินมุ่งหน้ามาสร้างชื่อเสียงของตนเองให้เพิ่มพูนมากขึ้น ด้วยการย้ายมาร่วมงานกับ อาร์แซน เวนเกอร์ ในปี 1997

อย่างที่บอกไปว่า เมื่อย้ายมาร่วมทีมอาร์เซน่อล เขาถูกดันให้ขึ้นมายืนเป็นมิดฟิลด์และก็เป็นตำแหน่งที่สร้างชื่อให้เขาอย่างแท้จริง เปอตีต์ โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม ร่วมกับทีมที่มีกลุ่มผู้เล่นฝีเท้าดีมากมาย เช่น เดนนิส เบิร์กแค้มป์, มาร์ค โอเวอร์มาร์ส และ นิโกล่า อเนลก้า จนพาทีมก้าวไปคว้าดับเบิ้ลแชมป์ ทั้งพรีเมียร์ ลีก และ เอฟเอ คัพ มาครองได้ในฤดูกาล 1997-1998

ด้วยผลงานยอดเยี่ยม ทำให้เขาถูกนำไปเปรียบเทียบกับอดีตตำนานนักเตะเท้าซ้ายของทีมอย่าง เลียม เบรดี้ ด้วยคำนิยามว่าเป็นผู้เล่นเท้าซ้ายที่ฉมังมากที่สุดของทีม

ฤดูกาลต่อมา เขาก็ยังคงสร้างสรรค์ผลงานที่ดีเหมือนเดิม แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือความหนักหน่วงมากขึ้นในการเล่นฟุตบอล จนหลายครั้งทำให้เขาโดนใบแดงไล่ออกจากสนาม รวมถึงมีการทำผิดวินัยเพิ่มเติม ผลที่ตามมาคือการโดนลงดทษแบนหลายนัด อีกทั้งปัญหาเรื่องการเล่นหนัก ยังทำให้เขามักถูกเพ่งเล็ง เป็นพิเศษจากทีมงานผู้ตัดสินอีกด้วย

จนมีอยู่ช่วงหนึ่งที่เขาเกือบจะย้ายทีม แต่ก็ได้อาร์แซน เวนเกอร์ ช่วยเกลี้ยกล่อมเอาไว้เขาจึงอยู่ต่อ โดยเบ็ดเสร็จแล้วเขารับใช้อาร์เซน่อลอยู่ประมาณ 3 ซีซั่น ก่อนจะตัดสินใจเด็ดขาดด้วยการย้ายไป ร่วมทีมยักษ์ใหญ่ของสเปนอย่าง บาร์เซโลน่า เมื่อปี 2000

แต่ชีวิตของเขาในแคว้นคาตาลันนั้น กลับไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร บวกกับฟอร์มที่ไม่คงเส้นคงวา และไม่ดีเหมือนสมัยเล่นให้อาร์เซน่อล ทำให้เขาอยู่กับทีมบาร์ซ่า ได้เพียงฤดูกาลเดียวเท่านั้น ก็ต้องระเห็จกลับมายังอังกฤษอีกครั้ง

การกลับมาอังกฤษครั้งที่สอง เอ็มมานูเอล เปอตีต์ เลือกจะข้ามฝากไปอยู่กับเชลซี สโมสรคู่ปรับ ร่วมกรุงลอนดอนของ อาร์เซน่อล แต่ด้วยวัยที่มากขึ้นทำให้เขาไม่อาจรีดฟอร์มการเล่นดีๆเหมือนเดิมกลับมาได้อีกเลย โดยสี่ปีในถิ่นเดอะ บริดจ์ เขาลงเล่นไปเพียง 55 นัดเท่านั้น

เอาเข้าจริงๆแล้วนั้นปัญหาเรื่องสภาพร่างกายและอาการบาดเจ็บนั้น มันรังควานเขามา ตั้งแต่ปี 1997 แล้ว และมีอาการเรื้อรังมาโดยตลอด หนักบ้างเบาบ้าง หากแต่ในตอนนั้น แม้จะมีอาการบาดเจ็บ แต่ก็ยังคงได้รับการเรียกตัวติดทีมชาติฝรั่งเศสไปลุยฟุตบอลโลก ปี 1998 ซึ่งจัดขึ้นบนแผ่นดินบ้านเกิด

โดยในทัวร์นาเม้นท์นั้น เขาลงสนามเป้นตัวจริง 6 นัด จากทั้งหมด 7 เกมและเป็นคนยิงหนึ่งประตูในเกมนัดชิงชนะเลิศ ที่เอาชนะบราซิล ไปด้วยสกอร์ 3-0 ซึ่งนอกจากจะเป็นการพาทีมชาติคว้าแชมป์โลกครั้งแรกได้แล้วนั้น ประตูที่เขาทำได้มันยังเป็นประตูที่ 1,000 ในประวัติศาสตร์ของทีมชาติฝรั่งเศส อีกด้วยและแม้จำนวนการลงเล่นจะลดลงในศึกยูโร 2000 แต่เขาก็ถือเป็นกำลังหลักของทีมตราไก่ ในการคว้าแชมป์ยุโรปมาครอง

ช่วงเริ่มต้นฤดูกาล 2004-2005 เอ็มมานูเอล เปอตีต์ วัย 34 ปี กลายเป็นนักเตะไร้สังกัดและไม่อาจหาสโมสรเล่นได้ เขาจึงตัดสินใจแขวนสตั๊ดยุติการค้าแข้งในเดือนมกราคมปี 2005

ในด้านของสไตล์การเล่นนั้น เอ็มมานูเอล เปอตีต์ ถือเป็นมิดฟิลด์ที่ครบเครื่องทั้งเรื่องบู๊และบุ๋น เพราะมีทักษะความสามารถที่สูงและพร้อมจะทุ่มเทวิ่งทำงานหนักเพื่อประโยชน์ของทีม

เปอตีต์ ยอดมิดฟิลด์ที่เฉียบขาดที่สุดคนหนึ่งในอดีต

ในยุคสมัยนั้น ชื่อของเขาถือเป็นหนึ่งในมิดฟิลด์ตัวตัดเกมที่เฉียบขาดและโด่งดังมากที่สุดในโลก มีความเหนียวแน่นในการเล่นเกมรับ แต่ก็ยอดเยี่ยมเช่นกันเมื่อต้องดันสูงสนับสนุนเกมรุกของทีม แถมเรื่องการยิงประตูก็ยังหนักหน่วงและเฉียบคมหวังผลได้ เรียกว่าหากมีพื้นที่ให้เขาได้ง้างไกปืนง่ายๆล่ะเป็นต้องใส่สกอร์รอได้เลย

รวมไปการยืนตำแหน่งที่แม่นยำ และมักจะเอาชนะคู่แข่งได้จากการอ่านเกมล่วงหน้าไปก่อนคู่แข่ง แต่หากว่าคู่แข่งไหวตัวทัน เขาก็จะใช้ลูกหนักเข้าใส่จนหากว่าใครที่จิตไม่แข็งพอ การต้องเจอ ต้องดวลกับ เอ็มมานูเอล เปอตีต์ ถือเป็นฝันร้ายดีๆนี่เอง

เอ็มมานูเอล เปอตีต์

ในแง่ของเกมนั้น หากทีมใดที่มีมิดฟิลด์ผมยาวสลวยคนนี้ ลงทำหน้าที่ในแดนกลาง ก็จะสามารถมั่นใจได้ว่าพื้นที่กลางสนามของทีม จะเป็นโซนที่แน่นไปด้วยคุณภาพและกองหลังของทีมจะเจองานที่ง่ายมากขึ้น

เมื่อมี เปอตีตื ประจำการคอยเก็บกวาดบอล อยู่เบื้องหน้า และจะทำให้แดนกลางของเราได้เปรียบคู่ต่อสู้อย่างชัดเจนในเรื่องของการครองบอล เพราะจุดเด่นของ เปอตีต์ คือการตัดบอลกลับมาเป็นของทีมนั่นเองครับ


นี่คือเรื่องราวของอดีตมิดฟิลด์ชื่อดังอย่าง เอ็มมานูเอล เปอตีต์ ที่ประสบความสำเร็จและกลายเป็นนักเตะระดับตำนานคนหนึ่งของวงการฟุตบอลจนถึงทุกวันนี้ ติดตามบทความฟุตบอลดีๆเรื่องราวของนักเตะชื่อดังติดตามได้ทาง : www.ballroad.com

Tags :
Leave Comment
อยากแทงบอลยูโร 2020 คลิกเลย!!!
บทความที่น่าสนใจ