Chat with us, powered by LiveChat

5สิ่งที่ศึกการแข่งขันพรีเมียร์ลีกควรจะแก้ไขกับVAR วีเออาร์

18/11/2019 ballroad 1,454 views

พรีเมียร์ลีกหรือฟุตบอลลีกสูงสุดประเทศอังกฤษผ่านไปราวๆ3เดือน สิ่งที่ถูกพูดถึงนอกจากผลการแข่งขัน,ทีมต่างๆหรือเหล่านักเตะอีกเรื่องก็หนีไม่พ้น วีเออาร์ วันนี้เราจะมาสรุป5สิ่งที่ลีกผู้ดีจะต้องแก้ไขเกี่ยวกับVAR หากต้องการทำให้การแข่งขันราบลื่นมากกว่านี้

ฤดูกาล2019-20พรีเมียร์ลีกอังกฤษมีการใช้งาน วีเออาร์ เป็นหนแรกหลังจากที่ซีซั่นที่แล้วนั้นทดลองใช้กันอย่างเงียบๆมาก่อน

5สิ่งที่พรีเมียร์ลีกต้องแก้ไขเกี่ยวกับ วีเออาร์

ในช่วงสัปดาห์แรกๆถือว่าวีเออาร์ได้รับคำชมมากนะครับโดยเฉพาะเรื่องของความเร็วไม่ว่าจะเป็นการเช็คเรื่องของล้ำหน้าหรือจุดโทษต้องบอกว่าตัดสินกันได้เร็วและที่สำคัญคือผู้ชมทางบ้านอย่างเราๆก็ได้เห็นภาพช้ากันสดๆบนหน้าจอทีวีมีการตีเส้นให้เห็นแบบสดๆเพื่อให้เราได้ทราบกัน

หลายๆครั้งที่ผมได้มีโอกาสพากย์ฟุตบอลสเปนผมจะรำคาญมากๆเพราะ วีเออาร์ ของที่นั่นช้าไม่พอผู้ชมที่ดูอยู่บนหน้าจอทีวีก็ไม่รู้เรื่องเลยว่าที่เช็ควีเออาร์มันเกิดอะไรขึ้น

กล้องเอาแต่จับไปที่ผู้ตัดสินและผู้เล่นสลับไปสลับมาแทนที่จะเอาภาพช้าซึ่งเป็นภาพเหตุการณ์มาให้ชมที่ตลกกว่านั้นคือกรรมการตัดสินไปแล้วราวๆ2นาทีค่อยเอาภาพช้ามาให้ดูกัน พรีเมียร์ลีกถือว่าสอบผ่านเรื่องนี้แบบเหนือกว่าทุกๆลีกเลยนะครับความเร็วของที่นี่ทำได้อย่างดีและมันไม่ทำให้อรรถรสในการดูฟุตบอลเสีย

แต่หลังจากนั้นวีเออาร์อังกฤษก็เริ่มสร้างข้อถกเถียงและเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องจังหวะล้ำหน้าหรือลูกจุดโทษต่างๆ

ประเด็นสำคัญคือมันไปขัดใจแฟนบอลของทีมที่เสียประโยชน์นั่นแหละครับอย่างเช่นในเกมล่าสุดที่ลิเวอร์พูลบุกไปชนะแอสตันวิลล่า2-1 ไม่ว่าจะเป็นจังหวะล้ำหน้าของโรแบร์โต้ฟีร์มิโน่หรือจะเป็นจังหวะแฮนด์บอลจากลูกยิงอเล็กซ์อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลนมันเลยเป็นที่ถกเถียงกันออกมาอย่างกว้างขวางโดยเฉพาะจังหวะล้ำหน้าที่หยุมหยิมไปหน่อย

การล้ำหน้าของฟีร์มิโน่มันค่อนข้างจะนิดเดียวเกินไปเข้าใจว่าตามกฎมันคือล้ำจริงๆแต่มันห่างแค่เพียงไม่ถึง30เซนติเมตรเรื่องแบบนี้มันก็ควรปล่อยผ่านได้หรือไม่

วันนี้ผมเลยจะนำบทวิเคราะห์มาให้ดูกันดีกว่าครับว่าวีเออาร์ และทีมงานพรีเมียร์ลีกควรจะปรับเปลี่ยนตรงไหนบ้างเพื่อให้การใช้งานเป็นไปได้อย่างดีขึ้น

1.เปลี่ยนการตัดสินลูกล้ำหน้า

กรณีของฟีร์มิโน่เราเห็นกันแล้วว่ามันเป็นการล้ำหน้าที่แทบจะไม่ล้ำซึ่งที่ผ่านมามันไม่ได้มีแค่เหตุการณ์นี้มันยังมีจังหวะของซนเฮืองมินในเกมก่อนหน้ารวมถึงราฮีมสเตอร์ลิ่งตั้งแต่นัดแรกๆของฤดูกาลด้วย

มันเป็นเรื่องที่ถูกพูดถึงกันมาโดยตลอดแล้วมันก็เป็นสิ่งที่น่าเห็นใจมากๆสำหรับนักเตะเพราะถ้าเราดูกันตามกฎกติกามันก็ดันเป็นความจริงที่ไม่สามารถโต้แย้งได้เสียอีก

สิ่งที่เกิดขึ้นจากจังหวะเหล่านั้นมันเป็นการตัดสินจากการที่ทีมงานวีเออาร์ได้ย้อนดูวิดิโออย่างจริงจังย้อนไปย้อนมาภาพซูมแล้วซูมอีกมันไม่น่าจะเป็นสิ่งที่เอามาตัดสินกันได้เหนือกว่าเหตุการณ์สดๆบนสนาม

แล้วในเหตุการณ์ของฟีร์มิโน่มันเป็นเหตุการณ์ต่อเนื่องที่ไม่ได้ถูกหยุดภาพเอาไว้เหมือนที่ทีมงานวีเออาร์ได้ดูการตัดสินแบบนั้นด้วยรักแร้ที่อยู่เหนือกว่าหัวเข่าเพียง30ซม.มันเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องไปหน่อย

การแก้ปัญหาอาจจะเน้นในเรื่องความผิดพลาดของผู้ตัดสินที่เลือกไม่ยกธงล้ำหน้าในจังหวะที่มันชัดเจนและมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าดีกว่าหรือไม่ถ้าจะหาบรรทัดฐานในการเรียกวีเออาร์กับลูกล้ำหน้าอาจจะนับตั้งแต่การล้ำขาหรือลำตัวเป็นต้นไปดีกว่าหรือเปล่า?

2.ใช้จอมอนิเตอร์ข้างสนามบ้างก็ได้

นับตั้งแต่ผ่านมา11สัปดาห์ของพรีเมียร์ลีกยังไม่มีครั้งไหนเลยที่ผู้ตัดสินในสนามวิ่งเข้าไปดูจอมอนิเตอร์ที่ตั้งเอาไว้เพื่อทำการตัดสินท้ายที่สุด

วีเออาร์

ถามว่ามันเป็นการทำให้เกมช้าลงจริงๆหรือไม่มันก็อาจจะใช่นะครับมันอาจจะเป็นการทำให้เกมต้องหยุดนานขึ้นกว่าเดิมแต่ถ้ามันจำเป็นจริงๆมันก็ควรจะต้องใช้หรือเปล่าเราทุกคนเคยผ่านมันมาแล้วไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันในรายการไหนๆ

บางทีความเห็นจากวีเออาร์มันต่างจากการตัดสินบนสนามซึ่งเอาเข้าจริงๆแล้วมันก็ควรจะต้องให้ผู้ตัดสินบนสนามที่ได้รับศักดิ์ว่าเป็นผู้ตัดสินที่1เป็นคนสุดท้ายที่ฟันธงหรือไม่

เพราะถ้าไม่อย่างนั้นเราจะมีผู้ตัดสินบนสนามไว้ทำอะไรแค่เอาไว้เป่านกหวีดเท่านั้นหรือ?

ในกีฬาอเมริกันฟุตบอลเมื่อไหร่ก็ตามที่ทางบูธรีวิวหรือผู้ตัดสินที่อยู่ด้านนอกซึ่งนั่งดูจอมอนิเตอร์อยู่มีความเห็นไม่ตรงกับผู้ตัดสินเขาก็จะเรียกให้ผู้ตัดสินบนสนามดูภาพช้าแล้วตัดสินใจด้วยตัวเอง

3.จำกัดการใช้วีเออาร์

อันนี้พูดถึงการใช้วีเออาร์โดยรวมของทุกๆการแข่งขันเลยนะครับสิ่งที่สำคัญซึ่งจะไม่ทำให้เกมมันขาดตอนกันเกินไปอีกหนึ่งเรื่องสำคัญคือการจำกัดครั้งในการใช้วีเออาร์

ฟุตบอลเป็นกีฬาที่ต่อเนื่องและเข้าปะทะกันตลอดถ้ามันเกิดปัญหาขึ้นตลอดเวลาทุกๆ10นาทีเท่ากับว่าผู้ตัดสินจะต้องเรียกดูวีเออาร์ถึง9ครั้ง ฉะนั้นการจำกัดครั้งในการใช้วีเออาร์หรือจะเป็นการให้สิทธิ์กับทั้ง2ทีมได้ทำการชาลเลนจ์น่าจะเป็นอะไรที่ดูจะเหมาะสมไม่น้อย

และถ้าหากว่าพวกคุณได้ชาลเลนจ์ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วหลังจากนั้นก็จะไม่สามารถใช้ได้อีกทำให้ในช่วงเวลาหลังจากนั้นหากมีอะไรเกิดขึ้นมาคุณก็จะไม่สามารถให้ผู้ตัดสินทำการตัดสินใหม่ได้อีกก็ต้องคิดหน้าคิดหลังให้ดีๆ

ในอเมริกันฟุตบอลโค้ชของทั้ง2ฝั่งจะสามารถชาลเลนจ์ได้2ครั้งต่อเกมและจะได้โบนัสอีกหนึ่งครั้งหาก2ครั้งก่อนหน้าชนะและจะริบเวลานอกหากชาลเลนจ์แล้วกรรมการไม่เปลี่ยนคำตัดสิน ฟุตบอลอาจจะไม่มีอะไรให้ริบแต่ถ้าทั้งสองฝั่งได้โอกาสให้ขอดูวีเออาร์ได้สัก2ครั้งต่อเกมน่าจะเป็นเรื่องที่ดีเหมือนกัน

4.ตั้งกฎที่แน่นอนกับเกมฟุตบอลเสียก่อน

ลูกล้ำหน้าอาจจะต้องมีการตั้งเส้นขึ้นมาว่าสุดท้ายแล้วจะต้องเป็นรูปแบบไหนบ้างถึงจะเป็นการล้ำหน้าเหมือนที่ตั้งกฎกันจากการแฮนด์บอลในเขตโทษของทั้งสองฝั่ง

ทุกวันนี้จังหวะหลายๆจังหวะมันเป็นอะไรที่พูดยากมากๆว่าสุดท้ายแล้วฐานการตัดสินอยู่ตรงไหนหรือมันต้องแล้วแต่กรรมการแต่ละคนด้วยดุลยพินิจของผู้ตัดสิน

การขีดเส้นไว้เลยว่าการทำฟาวล์แบบไหนเป็นอย่างไรแล้วแบบไหนถึงจะฟาวล์เช่นเดียวกับลูกล้ำหน้าที่บอกเหมือนในข้อแรกก็อาจจะต้องมาแบ่งระยะเลยว่าต้องห่างขนาดไหนถึงล้ำถ้าใกล้กันแค่ไหนถึงไม่ล้ำ

5.ยกเลิกมันไปเสียเลย

ถ้ามันไม่ลงตัวถ้ามันมีปัญหามากนักการยกเลิกการใช้วีเออาร์ไปเสียเลยก็อาจจะเป็นเรื่องที่ดีเหมือนกัน เพราะเอาจริงๆแล้วก่อนหน้านี้ก็ไม่มีวีเออาร์เราก็อยู่กันได้บอลก็ยังทำการแข่งขันกันต่อไปไม่ได้มีเรื่องเลวร้ายถึงขั้นที่รุนแรงอย่างเช่นทีมๆหนึ่งไม่พอใจในการตัดสินแล้วขอยุบทีมหรือถอนตัวออกจากการแข่งขัน

มีหลายฝ่ายที่ก็ไม่โอเคกับการมีวีเออาร์โดยมองว่านี่มันเป็นเสน่ห์ของวงการฟุตบอลการเกิดข้อผิดพลาดเล็กน้อยมันก็ทำให้เป็นที่ถูกพูดถึงถ้ามองในอีกแง่หนึ่ง

ถ้าการมีวีเออาร์แล้วมันทำให้เกมทำให้นักเตะค่อนข้างจะอึดอัดก็เบรกมันไว้ก่อนแล้วค่อยหยิบมันออกมาใช้ใหม่ก็อาจจะเป็นเรื่องดีก็ได้เหมือนกัน


ติดตามเรื่องราวฟุตบอลจากลีกดังอย่างพรีเมียร์ลีกและอีกหลายๆลีกดังได้ทาง:www.ballroad.com

Leave Comment
อยากแทงบอลยูโร 2020 คลิกเลย!!!
บทความที่น่าสนใจ