เปิดประเด็น ล้อเลียน ฟุตบอล นักเตะ กุนซือ ต้องล้อแค่ไหนถึงพอดี

11/09/2018 ballroad

เปิดประเด็น ล้อเลียน ฟุตบอล นักเตะ กุนซือเปิดประเด็น ล้อเลียน ฟุตบอล นักเตะ กุนซือ บทความเมื่อราวๆ สัปดาห์ที่แล้วของเพจ “วิเคราะห์บอลจริงจัง” สะเทือนความรู้สึกของผมพอสมควร แต่เป็นในแง่ดีนะครับ ไม่ใช่ในแง่ร้าย

 

บทความดังกล่าวมีการพูดถึงสังคม “Cyber Bully” หรือการกลั่นแกล้งให้ใครสักคนหนึ่งต้องอับอายบนโลกโซเชี่ยล ซึ่งผู้ถูกกระทำไม่ได้รู้สึกตลกโปกฮาด้วย โดยมี Shaqtin’ a fool รายการโชว์ของ ชาคิล โอนีล อดีตนักยัดห่วงชื่อดังของ เอ็นบีเอ เป็นเคสตัวอย่าง

 

เนื้อหาคร่าวๆ ของ Shaqtin’ a fool ก็คือการรวบรวมเอาจังหวะผิดพลาดของผู้เล่นใน เอ็นบีเอ เอามาล้อกันอย่างสนุกสนาน โดยเริ่มออนแอร์ครั้งแรกเมื่อปี 2011

 

ประเด็นก็คือ ตลอดเวลาของการล้อเลียนผู้เล่นรายต่างๆ จนฮากลิ้งตลอด 7 ปีที่ผ่านมา – จาเวล แม็คกี เซ็นเตอร์ร่างใหญ่ของ แอลเอ เลเกอร์ส คือชื่อที่ถูก แช๊ค และผองเพื่อนหยิบมาล้อบ่อยที่สุดคิดเป็นจำนวน 35 ครั้ง! ตามข้อมูลจากเพจ

เรื่องดังกล่าวส่งผลกระทบต่อ แม็คกีย์ ที่โดนผู้คนรอบข้างมองเป็นตัวโจ๊กตลอดเวลา นักบาสโง่เง่าที่ชอบโชว์ลูกเปิ่นๆ ซึ่งหลังจากที่อดกลั้นความโกรธมาปีแล้วปีเล่า แม็คกีย์ ก็ทนไม่ไหว จนเกิดเป็นสงครามตอบโต้กันผ่านโซเชี่ยลอย่างเผ็ดร้อน

 

ถึงตรงนี้ เมื่อเรามองหันกลับมาที่วงการฟุตบอล เราจะเจอพ่อค้าแข้งที่ถูกมองเป็นตัวตลกอยู่เพียบครับ….ฌีมี่ ตราโอเร่ กับลูก “ซีดาน เทิร์น” ในตำนาน , คาริอุส มือว่าว และคนอื่นๆ อีกนับไม่ถ้วน

 

ถามตัวเองกลับไปว่า…..ชีวิตนี้คุณเคยโดนล้อบ้างมั้ย ? แล้วเคยมั้ยครับ ที่คุณโดนคู่กรณีตอกกลับมาว่า “อะไรวะ แค่ล้อสนุกๆ แค่นี้ ทำเป็นจริงจังเกินเหตุไปได้” บลา บลา บลา

 

อ่าว นี่ตกลงกรูผิดซะงั้น! นี่กรูนั่งอยู่ของกรูเฉยๆ กรูก็ผิดเลย เพราะดันไม่ตลกกับคำล้อของมรึง ไอ่แม่ยายยยยย (โอย อารมณ์มันขึ้นๆ ใจเย็น ใจเย็น)

 

หากจะแตกประเด็นเรื่องนี้ต่อ มันคงจะยาวไป เอาเป็นว่าผมบอกได้อย่างหนึ่งคือ  สังคมไทยในภาพรวมยุคปัจจุบัน ยังคงขาดความเข้าใจเรื่องนี้อีกเยอะ ไม่ว่าจะเรื่อง อ้วน , ฟันเหยิน , ขี้เหร่ และวลีเหยียดฮิตติดปาก ไล่ตั้งแต่ สายเหลือง ยันไปถึงการแขว่ะระดับชาติอย่าง ไอ้ลาว ที่เรามักปกป้องสิทธิ์การแสดงออกของตัวเองว่า….ใครๆ เค้าก็ใช้กัน แต่ดันทะลึ่งไม่คำนึงความเหมาะสมว่ากำลังใช้กับใคร ? หรือที่ไหน ? ซึ่งจริงๆ แล้วบางคำแมร่งก็ควรไม่ใช้ในทุกๆ กรณีเลยด้วยซ้ำ

 

ไม่ใช่เพียงแค่นักกีฬาอย่างเดียวที่โดนล้อ เพราะแม้กระทั่งอดีตนักกีฬาบางคนก็ยังหนีไม่พ้นอดีตที่ตามหลอกหลอนตัวเองเหมือนกัน

เจมี่ คาร์ราเกอร์ และ แกรี่ เนวิลล์ – 2 คู่หูคู่ฮาของ สกาย สื่อชื่อดังแห่งแดน “ผู้ดี” กำลังมีอาชีพหน้ากล้องที่ติดปีกหลังเลิกเล่นฟุตบอล การนำเสนอที่น่าสนใจ , มุมมอง และฝีปากที่ดุเด็ดเผ็ดมันเร้าใจแฟนๆ แต่ถึงแม้จะทำงานด้านนี้มาหลายปีแล้ว เสียงวิจารณ์แบบเหยียดๆ ที่มีต่อ “คาร์ร่า” และ “เนฟ” ก็ยังมีให้เห็นอย่างต่อเนื่อง

 

มันไม่แปลกนะครับที่บางครั้งเราจะไม่เห็นด้วย หรือโต้แย้งความคิดเห็นของกูรู แต่การตอบโต้แบบชกใต้เข็มขัดต่างหาก ที่เป็นเรื่องไม่ควรให้การยอมรับได้

 

  • เมื่อใดก็ตามที่ คาร์ราเกอร์ ตำหนิใครสักคนตามหน้าที่ จะมีเสียงด่าลอยตามมาเสมอในเชิงว่า “เมิงมันห่วย กรูไม่มีวันจะฟังกองหลังกากๆ อย่างเมิง ถ้าเมิงเคยเล่นเก่ง กรูจะไม่ว่าเล้ยยย”

 

  • เฉกเช่นเดียวกับ เนวิลล์ ยามติงผู้จัดการทีมสักคนใน พรีเมียร์ลีก เขาก็จะได้ฟีดแบ็คกลับมาเช่นกันว่า “ตอนเมิงคุม บาเลนเซีย เมิงเก่งตายอ่ะ ฉะนั้นอย่าสะเอาะวิจารณ์คนที่เก่งกว่า”

 

 

คนทุกคนมีหน้าที่ของตัวเอง – คาร์ราเกอร์ , เนวิลล์ และอดีตผู้เล่นหลายๆ คนที่อยู่ในแวดวงของกูรูนักวิเคราะห์ พวกเขาก็แค่ทำหน้าที่ของตัวเองเท่านั้น จะถูกหรือผิดก็ควรว่ากันเฉพาะประเด็นที่พูดถึง ไม่ใช่ไปวัดความถูกผิดจากสิ่งที่เห็นตอนเป็นนักเตะหรือโค้ชเมื่อก่อน ซึ่งไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเรื่องที่คุยตอนนี้เลย นอกจากอคติส่วนตัวล้วนๆ

 

หากเอาไม้บรรทัดจากแฟนบอลเหล่านี้มาวัด มันคงต้องถึงเวลาที่ “สกาย” และทุกๆ สื่อทั่วโลกจะต้องเลือกดึง “เฉพาะ” อดีตพ่อค้าแข้งโคตรเทพอย่าง คันโตน่า , พลาตินี่ , มาราโดน่า , มัลดินี่ , เนสต้า , ริโอ , อองรี หรือ เชียเรอร์ และเหล่าแข้ง บัลลงดอร์ ทั้งหลาย มารับจ๊อบนี้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น

 

หลายๆ ครั้ง ไม่ใช่แค่เรื่องฟุตบอล แต่เป็นทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัว พวกเราหลายๆ คนยังเลือกที่จะตัดสินถูกผิดจาก “ตัวตนของคนที่พูด” มากกว่า “เรื่องที่เขาพูด”

ถ้าเป็น เบ็คเค่นบาวเออร์ พูดตำหนิกองหลังและโค้ช จงมั่นใจเถอะว่าผู้คนจะเชื่อเขามากกว่าที่ คาร์ราเกอร์ หรือ เนวิลล์ พูด! ถึงแม้ว่าสิ่งที่พูดจะเป็นเรื่องเดียวกันเป๊ะ! และถ้ามีใครขัดขึ้นมา พวกเขาจะตอบโต้ไป โดยให้เหตุผลว่าการเชื่อ เบ็คเค่นบาวเออร์ มากกว่า “คาร์ร่า” และ เนฟ” เป็นเรื่องปกติที่เข้าใจได้ ก็ในเมื่อคนมันเคยพิสูจน์ตัวเองในสนามมามากกว่า ประสบความสำเร็จมากกว่า

 

นั่นใช่เหตุผลที่ดีเหรอ ? ตกลงว่าเสียงของคนไม่เท่ากันจริงๆ มั้ยครับ ? เคยมีวาทะทางการเมืองที่ผู้ใหญ่ในบ้านเราคนหนึ่งเคยพูดถึงมัน แต่ผมจะหยุดมันไว้แค่นี้ดีกว่า เปิดประเด็น ล้อเลียน ฟุตบอล นักเตะ กุนซือ

Tags : , , ,
Leave Comment