Chat with us, powered by LiveChat

หนังสือสาวไส้ตัวเองของ ไมเคิ่ลโอเว่น ที่นำทุกคนรู้จักด้านมืดอันน่าสลด

24/10/2019 ballroad 9 views

ไมเคิ่ลโอเว่น เป็น1ในเคสที่ว่านี้เขาเคยสร้างความโกรธแค้นให้กับแฟนๆลิเวอร์พูลตอนที่เลือกเก็บข้าวของย้ายไปอยู่เรอัลมาดริดแถมในช่วงโค้งท้ายๆโชคชะตายังได้พัดพาเข้าให้กลายเป็นสมาชิกของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดด้วยอีกต่างหาก

ไมเคิ่ลโอเว่น ผู้ที่ทำให้ทุกคนรู้จักด้านมืดอันน่าสลด

เวลาหมุนผ่านไปนับสิบปีความทรงจำหลายๆอย่างดูเลือนรางโอเว่นตัดสินใจแขวนสตั๊ดผันตัวมารับงานเป็นนักวิเคราะห์ทางสถานีโทรทัศน์

ในยามว่างทั้งลิเวอร์พูลและแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดต่างก็เคยเชื้อเชิญ“เบบี้โกล”ไปทำกิจกรรมต่างๆไม่ว่าจะเตะบอลการกุศลหรืองานทีวี

ในประวัติศาสตร์ของโลกฟุตบอลแฟนบอลของทุกๆสโมสรต่างก็เคยเจ็บปวดกับการเสียนักเตะคนโปรดของทีมออกไปกันทั้งนั้น ไมเคิลโอเว่นเป็นหนึ่งในนักเตะที่อำลาอดีตทีมของเขาเอง แต่หลังจากนั้นเขา

ฟิออเรนติน่าเสียบาจโจ้,สเปอร์สเสียโซลแคมป์เบลล์,ลาซิโอเสียเนสต้า,ยูเวนตุสเสียอินซากี้,อาร์เซน่อลเสียเชส,แมนฯยูเสียเบ็คแฮม,ลิเวอร์พูลเสียคูตินโญ่

การแยกทางมากมายต่างก็เคยเกิดขึ้นก่อเกิดเป็นความรู้สึกมากมายทั้งเสียดาย,เสียใจบ้างก็เก็บเป็นความทรงจำที่ดีแต่บ้างก็แค้นฝังหุ่นเลือกไม่เผาผีกันไปตลอดกาล

อดีตศูนย์หน้าตีนจรวดทีมชาติอังกฤษสามาถรับงานได้ทั้ง2ด้านไม่มีใครโกรธเกลียดเขาหนักหนาสาหัสเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว(เว้นเฉพาะแฟนบางจำพวก)

จนกระทั่งพ๊อคเก็ตบุ๊คเล่มล่าสุดของเขาReboot–MyLife,MyTimeวางแผงบนร้านหนังสืออย่างเป็นทางการ!คำถามที่แฟนๆเคยมีต่อไมเคิ่ลโอเว่นจึงเกิดขึ้นอีกครั้ง

ใครๆก็เคยออกพ็อคเก็ตบุ๊คของตัวเองมาแล้วมันไม่ใช่เรื่องแปลกของพวกนักฟุตบอลหรือกุนซือเช่นเดียวกับเนื้อหาภายในที่จะมีการเปิดเผยความลับและแฉความรู้สึกส่วนตัวในแบบที่แฟนๆไม่เคยทราบมาก่อน

ซลาตัน,เซอร์อเล็กซ์,เบ็คแฮม,เจอร์ราร์ด,อองรีและพ่อค้าแข้งเซเลปอีกมากมายต่างก็เคยทำมันมาหมดแล้ว

แต่หนังสือของโอเว่นมีจุดสำคัญที่แตกต่างจากพ๊อคเก็ตบุ๊คเล่มอื่นๆอยู่1อย่าง–นั่นก็คือการไล่ตำหนิผู้คนและสโมสรรอบตัวไปแบบไม่หยุดหย่อน

นิวคาสเซิ่ลยูไนเต็ด,อลันเชียเรอร์,เดวิดเบ็คแฮมคือ2ไฮไลท์ที่โดนอัดผ่านตัวหนังสือไปแบบเต็มๆ

– การสารภาพแบบโต้งๆว่าไม่อยากย้ายมานิวคาสเซิ่ลตั้งแต่แรกเพราะไม่ใช่ทีมใหญ่

– การประกาศตัวว่าไม่จำเป็นต้องพิสูจน์อะไรให้แฟนๆสาลิกาดงเห็น

– การประกาศสงครามอลันเชียเรอร์จนทำให้โดนด่ากลับมาว่าเล่นบอลเห็นแก่เงิน

– การซ้ำเบ็คแฮมว่าสมควรต้องเป็นแพะในฟร้องซ์98เพราะการกระทำโง่ๆ

มีคนฉลาดเคยกล่าวเอาไว้ว่าสิ่งที่เราเลือกพูดคือสิ่งที่สะท้อนตัวตนของเราหรือในอีกทางหนึ่งก็คือ“คำพูดเป็นนาย”คือสิ่งที่บ่งบอกถึงตัวตนของโอเว่นให้ชัดขึ้นไปอีกในหนังสือเล่มนี้

การแฉสามารถเกิดขึ้นได้,ความลับสามารถถูกเปิดเผยได้เช่นเดียวกับการมีศัตรูก็ไม่ใช่เรื่องผิด!แต่อย่างน้อยโอเว่นควรจะเลือกหยิบเรื่องมาพูดในแบบที่ให้เกียรติผู้คนรอบข้างบ้าง

ไม่ว่าช่วงเวลาที่นิวคาสเซิ่ลจะห่วยแตกขนาดไหนแต่อย่างน้อยพวกเขาก็เป็นทีมเดียวที่กล้าเสี่ยงทุ่ม16.5ล้านปอนด์ดึง“เบบี้โกล”มาจากเรอัลมาดริดแถมยังยอมจ่ายให้ถึง1.2kต่อวีคในแบบที่แม้กระทั่งลิเวอร์พูลหรือแมนฯยูก็ไม่กล้าจ่าย

เบ็คแฮมอาจเป็นเด็กโง่จริงๆในเวิลด์คัพ98แต่การตอกย้ำซ้ำเติมมันก็คงไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นมา

ไม่ใช่แค่ความเห็นในเชิงกระแทกกระทั้นบุคคลเท่านั้น–โอเว่นยังมีการเปิดเผยทัศนคติมุมมองต่างๆในแบบที่อาจจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม

หลังผ่านชีวิตบนผืนหญ้ามาอย่างยาวนานโอเว่นฟันธงด้วยความมั่นใจว่าการจงรักภักดีในวงการฟุตบอลคือคำห่วยๆที่ไม่มีอยู่จริง

อดีตศูนย์หน้าทีมชาติอังกฤษยกตัวอย่างสตีเว่นเจอร์ราร์ดว่าจะโดนลิเวอร์พูลเขี่ยทิ้งตั้งแต่ก่อนวันย้ายจริง2ปีแล้ว!ส่วนเชียเรอร์ก็เคยดิ้นจะย้ายไปทัพ“หงส์แดง”ให้ได้ในช่วงที่โดนเซอร์บ๊อบบี้ร็อบสันดร็อปไปเป็นสำรอง

เท่านั้นยังไม่พอโอเว่นยังเซไปแขว่ะไรอันกิ๊กส์และพอลสโคลส์ว่าไม่สมควรได้รับการชื่นชมมากมายจากการรับใช้แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดตลอดชีวิต

คุณอยู่กับทีมที่ประสบความสำเร็จอยู่แล้วมันแทบไม่มีจุดหมายอื่นๆที่ไหนที่ดีกว่านี้ผมว่าพวกเขาไม่เคยโดนทดสอบความหนักแน่นจริงๆ”โอเว่นกล่าวแบบนั้น

ว่ากันแบบแฟร์ๆสิ่งที่โอเว่นพูดอาจจะมีมูลความจริงอยู่บ้าง,ไม่มีใครรู้ว่าเชียเรอร์เคยอยากย้ายหนีนิวคาสเซิ่ลจริงๆหรือไม่แต่อย่างน้อยสุดท้ายเขาก็เลือกอยู่ต่อแถมยังอยู่ยาวเสียด้วย

ลิเวอร์พูลอาจพยายามกำจัดเจอร์ราร์ดจริงๆในช่วงโค้งท้ายๆแต่มันก็ไม่ได้ทำให้“สตีวี่จี”เสื่อมรักเสื่อมศรัทธาที่มีให้“หงส์แดง”มันอาจทำให้เขาผิดหวังไปบ้างแต่เขาก็ไม่เคยคิดทำร้ายจิตใจ“เดอะค็อป”ด้วยวิธีการในทางใดๆก็ตาม

สโคลส์กับกิ๊กส์ไม่เคยคิดย้ายเพราะอยู่ในทีมที่ร้ายกาจอยู่แล้วแต่ถ้าทั้ง2มีแนวคิดเรื่องการเติบโตทางอาชีพที่คล้ายๆกับโอเว่นสักนิด!บางทีกิ๊กซี่และสโคลส์ก็อาจจะย้ายไปรับเงินกับทีมอื่นๆอีกมากมายที่พร้อมจ่ายให้พวกเขามากกว่ายูไนเต็ดหลายเท่า

โอเว่นกล่าวเอาไว้ในส่วนหนึ่งของหนังสือว่าเมื่อมองย้อนกลับไปเขาเสียใจที่ใจร้อนเลือกย้ายไปอยู่นิวคาสเซิ่ลทั้งๆที่ไม่ได้อยากไปตั้งแต่แรกและควรจะใจเย็นเฝ้ารอข้อเสนอที่เหมาะสมกับตัวเองที่สุดมากกว่านี้

ถึงแม้จะมีฝีเท้าที่ร้ายกาจแค่ไหนในช่วงพีคแต่มีสิ่งหนึ่งที่เราเห็นมาตลอดไม่ว่าจะเส้นทางอาชีพการค้าแข้งหรือพ๊อคเก็ตบุ๊คเล่มล่าสุด

ไมเคิ่ลโอเว่นคือคนที่โลเลเขาไม่มีจุดยืนที่ชัดเจนใดๆเป็นเข็มทิศในการตัดสินใจเรื่องราวสำคัญต่างๆในชีวิต

การตัดสินใจย้ายออกจากลิเวอร์พูลไปแสวงโชคกับเรอัลมาดริดเป็นเรื่องที่เข้าใจได้สำหรับพ่อค้าแข้งที่ต้องการพัฒนาตัวเองไปข้างหน้ามันดูจะเป็นการตัดสินใจเลือกที่เป็นเหตุเป็นผลมากที่สุดในชีวิตของโอเว่น

แต่การย้ายมานิวคาสเซิ่ลแล้วเล่นแบบหุ่นยนตร์ซังกะตายไปวันๆแล้วพยายามจะไปกอบกู้ชื่อเสียงกับคู่อริที่แฟนๆลิเวอร์พูลเกลียดเข้าไส้อย่างแมนฯยูไนเต็ดเพียงเพื่อที่จะได้ชื่อว่าอยู่ทีมใหญ่และมีชื่อคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกทั้งหมดนี้คือการมีชีวิตแบบไหลไปเรื่อยๆไม่แคร์หลักการใดๆทั้งสิ้น

มันไม่ใช่แค่ช่วงก่อนย้ายไปอยู่นิวคาสเซิ่ลเพราะจริงๆแล้วตลอดทั้งชีวิตโอเว่นไม่เคยมีจุดยืนพร้อมรอตัวเลือกที่ใช่จริงๆสำหรับตัวเองเลยแม้แต่ครั้งเดียว

นั่นทำให้แฟนๆลิเวอร์พูลไม่มอบความรักให้เขาในแบบที่ควรจะเป็น,นั่นทำให้แมนฯยูไม่มองว่าเขาคือผู้เล่นระดับตำนานของสโมสรเช่นเดียวกับนิวคาสเซิ่ลที่แทบจะสาปส่งไปให้ไกลที่สุด

ในท้ายที่สุดแล้ว ไมเคิ่ลโอเว่น ไม่ใช่ตำนานของทีมไหนเลยแม้กระทั่งสโต๊คที่เป็นเพียงแค่กิมมิคแซวกันขำๆเท่านั้น พ๊อคเก็ตบุคReboot–MyLifeMyTimeจึงกลายเป็นหลักฐานชิ้นใหม่ที่ตอกย้ำให้เราได้เห็นถึงทัศนคติตัวตนของโอเว่นที่ชัดเจนขึ้น

ว่าเขาเป็นแค่อดีตหัวหอกระดับพรสวรรค์ที่พังอาชีพตัวเองก่อนวัยอันควรด้วยกล้ามเนื้อที่หมดสภาพและแนวคิดที่ไร้จุดยืนของตัวเองอย่างแท้จริงครับ


ติดตามข่าวฟุตบอลสถิติบอลเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวข้องกับวงการฟุตบอลติดตามได้ทาง:www.ballroad.com

Leave Comment