Chat with us, powered by LiveChat

วิเคราะห์ ฟอร์มการเล่น ปีศาจแดง เล่นดีขึ้นจริง หรือ แค่ชั่วคราว

24/02/2019 ballroad 398 views

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ขยับตัวเองขึ้นไปอยู่อันดับที่ 5 ของตาราง พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้สำเร็จแล้วนะครับ จากผลงานบุกชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ 1-0 ประจวบเหมาะกับการที่ อาร์เซน่อล ต้องไปเจอของหนัก บุกเยือน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในเวลาต่อมา แล้วสุดท้ายก็พ่ายไป 1-3 ผลงานที่ออกมาจะน่าชื่นชมจริงๆหรือไม่ วิเคราะห์ ฟอร์มการเล่น ปีศาจแดง จะทำให้คุณได้รู้คำตอบ

วิเคราะห์ ฟอร์มการเล่น ปีศาจแดง เล่นดีขึ้นจริง หรือไม่ ?

แมนเชสเตอร์-ยูไนเต็ด วิเคราะห์ ฟอร์มการเล่น ปีศาจแดง เล่นดีขึ้นจริง หรือ แค่ชั่วคราว

จากที่มีแต้มเท่ากันก่อนเกมกลางสัปดาห์ ร่นลงมาเป็นตามหลัง 2 แต้มจากการเสมอ เบิร์นลี่ย์ (อาร์เซน่อล ชนะ) แต่มาในเกมนี้กลับแซงหน้าด้วยผลงานชนะ 14 เสมอ 6 แพ้ 5 มี 48 คะแนน

ส่วน “ปืนใหญ่” มี 47 คะแนนจากผลงานชนะ 14 เสมอ 5 แพ้ 6

ถ้ามองกันตามโปรแกรม ถือว่าเป็น 3 แต้มที่สำคัญมากๆ สำหรับ แมนฯ ยูไนเต็ด เพราะต่อจากนี้ พวกเขาจะเข้าสู่โหมดโปรแกรมโหดกันแล้ว

ถ้าใครได้ดูรายละเอียดของเกมแล้วล่ะก็ บอกเลยว่าแอบน่าเป็นห่วงอยู่เหมือนกัน

ช่วงตลอด 8-9 นัดที่ผ่านมา ที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เข้ามาเป็นกุนซือ เขาได้สร้างสรรค์เนรมิตให้สนามฟุตบอลที่มีเอาไว้แข่งขัน กลายเป็นสนามหญ้าหลังบ้าน ด้วยการปลูกฝังให้ลูกทีมเล่นกันอย่างสนุกสนาน เป็นตัวของตัวเอง มากกว่าที่จะไปตึงเครียดกับแท็กติกหรือคะแนนบนตาราง

ผนวกกับการวางแผนเกมรุก-เกมรับ ที่ทำได้อย่างลงตัว เหมือนที่ผมได้เขียน และเราได้เห็นกันไปก่อนหน้านี้ ซึ่งผลที่ออกมาก็เลยกลายเป็นทีมที่ผลงานดีที่สุดในลีกในช่วง 5-6 เกมหลังสุด

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนกับว่าคู่แข่งเอง ก็เริ่มที่จะจับต้นชนปลายถูกแล้ว ว่าต้องทำตัวอย่างไร เมื่อมาเจอกับ “ปีศาจแดง” ในยุคของกุนซือชาวนอร์เวย์

เลสเตอร์-ซิตี้

สิ่งที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ยังคงขาดอยู่ในตอนนี้ ยังคงเป็นเรื่องของ “ทีมเวิร์ค” จะสังเกตุได้ว่าบอลเท้าสู่เท้าของพวกเขา ยังคงมีข้อผิดพลาดอยู่พอสมควร ไม่ว่าจะเป็นจ่ายย้อนหลัง, จ่ายนำไปไกล, หรือจ่ายผิดจังหวะ ซึ่งถ้าให้เทียบกับสโมสรที่มีทีมเวิร์คสูงอย่าง แมนฯ ซิตี้ ลูกทีมของน้าโอเล่ ยังคงด้อยกว่าเยอะ

ฉะนั้นการบีบกดดันใส่ผู้เล่นของ แมนฯ ยูไนเต็ด ยังคงใช้ได้ผลมาตั้งแต่ในยุคของ โชเซ่ มูรินโญ่ จนมาถึง โซลชา เพียงแต่ต้องไล่บี้ในจังหวะที่เร็วขึ้นกว่าเดิม เพราะสปีดบอลของพวกเขาเร็วขึ้นกว่าในช่วงครึ่งฤดูกาลของกุนซือคนก่อน

นักเตะของ เลสเตอร์ ซิตี้ ตั้งแต่แนวมิดฟิลด์ ขึ้นไปถึงกองหน้า เป็นผู้เล่นจำพวกมีความเร็วพอประมาณ บางคนถึงขั้นเร็วมาก อย่างเช่น เจมี่ วาร์ดี้ เป็นต้น การเล่นแบบ ฟร้อนท์ไลน์ เพรชเชอร์ หรือการใช้ตัวหน้าเข้ากดดันคู่แข่งจึงทำได้อย่างมีประสิทธิภาพในเกมนี้

สุดท้ายนักเตะของ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็เริ่มจะจ่ายกันเสียบ้าง ในบางจังหวะเมื่อจวนตัวก็ต้องเลือกโยนยาว ซึ่งผลปรากฏว่ามันก็ไม่ได้แม่นยำร้อยเปอร์เซนต์

ขณะที่จุดอ่อนของทีมในยุคของ โซลชา ยังคงเป็นจุดเดิมที่ผมได้มองไว้ตั้งแต่เริ่มฤดูกาล แม้ว่าทีมจะยังไม่แพ้ใครตลอด 10 นัดที่ผ่านมาคือ ฟูลแบ็ค…

แอชลี่ย์-ยัง-ลุค-ชอว์

ทั้ง แอชลี่ย์ ยัง และ ลุค ชอว์ ยังคงเล่นแบบประคองตัว อ.ยัง ได้เรื่องของความเก๋า แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เขาต้องเจอกับคู่แข่งระดับอ๋องของวงการ นี่จะเป็นจุดที่เจาะได้ง่ายที่สุด

โชคดีที่เกมกับ อาร์เซน่อล และเกมกับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เขามีทั้งมิดฟิลด์อย่าง อันเดร เอร์เรร่า หรือ เนมานย่า มาติข และเซ็นเตอร์ฝั่งขวา ซึ่งก่อนหน้านี้จะเป็น ฟิล โจนส์ เข้ามาช่วยซ้อนตลอดเวลา

ฝั่ง ลุค ชอว์ ได้เรื่องความขยัน และพละกำลังที่ยังมากกว่าฟาก อ.ยัง เลยทำให้คู่แข่งจะเลื้อยผ่าน หรือทำชิ่งผ่านเขาไป อาจจะเกิดขึ้นได้ยากหน่อย แต่ก็มีบางครั้งที่มักจะยืนผิดตำแหน่งจนทำให้เกิดข้อผิดพลาดอยู่เหมือนกัน

ส่วนเรื่องของเกมรุก ไม่ต้อวพูดถึง 2 คนนี้เปิดบอลจากด้านข้าง หรือที่เรียกว่า “ครอสบอล” ไม่ได้ความ!

นานๆ ครั้ง จะมีสักช็อตหนึ่งที่สามารถสร้างความอันตรายให้กับคู่แข่งได้ ซึ่งก็ต้องมานั่งวัดดวงอีกว่าแนวรุกของทีม จะสามารถฉกฉวยโอกาสอันน้อยนิดเอาไว้ได้หรือเปล่า ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะไม่

สังเกตุง่ายๆ โรเมลู ลูกากู ทำแอสซิสต์ในเกมชนะ อาร์เซน่อล 3-1 ได้เกมเดียวถึง 2 ครั้ง ขณะที่ คู่แบ็กซ้ายขวา ทำแอสซิสต์รวมกันในเกมลีกได้เพียง 3 หน

สุดท้ายแล้วการเปิดเกมก็ต้องไปขึ้นที่ ปอล ป็อกบา แล้วถ้าเกิดวันไหนแข้งชาวฝรั่งเศสรายนี้ เล่นไม่ออกขึ้นมา หรือไม่ได้ลงสนามเป็นตัวจริงล่ะ มันจะเกิดอะไรขึ้น?

โชคดีที่เกมนี้ เลสเตอร์ ยังไม่เฉียบคมพอ ใครก็ตามที่ได้ดูแมตช์แบบเต็มๆ คงจะเห็นว่าเจ้าบ้าน เกือบจะได้ประตูอยู่หลายครั้ง แต่สุดท้ายถ้าไม่พลาดไปเองอยางน่าเสียดาย ก็ไปติดเซฟ ดาบิด เด เคอา

ดาบิด-เด-เกอา

นั่นมันเป็นสัญญาณให้เห็นกันแล้วว่า โซลชา, ไมเคิ่ล คาร์ริค, ไมค์ ฟีแลน และ เคียแรน แม็คเคนน่า มีการบ้านก้อนโตรอพวกเขาอยู่ ก่อนที่ทีมจะเข้าสู่ช่วงโปรแกรมโหดนับตั้งแต่กลางเดือนนี้

มันก็ตลกดีนะครับ ตอนมีผลงานชนะติดต่อกันกลับไม่ยักกะสามารถแซงหน้าชาวบ้านได้ แต่พอมีฟอร์มการเล่นที่เอาตัวรอด หมดแรงในช่วงท้าย กลับกลายเป็นว่ามีอันดับขึ้นจากเดิม

มันก็ด้วยเรื่องของโปรแกรมที่จัดมานั่นแหละครับ ถ้า อาร์เซน่อล ไปเจอ แมนฯ ซิตี้ ตั้งแต่ราวๆ 2 สัปดาห์ก่อน พวกเขาอาจจะแซงหน้าไปตั้งแต่ตอนนั้นแล้วก็ได้ เช่นกันถ้าในเกมวันอาทิตย์ “ปืนใหญ่” ไม่ต้องไปโคจรเจอกับแชมป์เก่า พวกเขาก็อาจจะยังไม่แซง เหมือนซีซั่นที่แล้ว ที่ แมนฯ ยูไนเต็ด สะดุดแทบตาย แต่ไม่หล่นจากอันดับ 2 เลยนั่นแหละ

แมนเชสเตอร์-ซิตี้

แต่การขึ้นมาอยู่ในอันดับ 5 ของพวกเขา มันยังไม่ได้มั่นคงนัก เพราะถ้าแต่ผลการแข่งขันในเกมนัดถัดๆ ไป เกิดสะดุดแพ้ หรือเสมอ ก็อาจจะถูกแซงอีกครั้ง เช่นเดียวกัน หากพวกเขาหวังจะขึ้นไปติดท็อปโฟร์ ก็ต้องเก็บชัยชนะเพื่อไล่กดดัน เชลซี ไปเรื่อยๆ จนกว่าคู่แข่งจะสะดุด

แล้วในสถานการณ์ที่เกมของ แมนฯ ยูไนเต็ด เหมือนจะถูกคู่แข่งแต่ละทีมเริ่มจับทางได้แบบนี้ พร้อมกับโปรแกรมโหดตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ ไปจนถึงกลางเดือนมีนาคม กำลังจะเข้ามา!!

การเข้ามาของ โซลชาร์ ทำให้ผลงานดีขึ้นหรือไม่ยังไม่รู้ แต่นี่คือบท วิเคราะห์ ฟอร์มการเล่น ปีศาจแดง เล่นดีขึ้นจริง หรือ แค่ชั่วคราว หลังจากนี้คือบททดสอบที่แท้จริง จากนี้จะได้รู้ว่ากุนซือรายนี้ทำให้ทีมดีขึ้นหรือดีขึ้นแค่ชั่วคราว ติดตาม ข่าวแมนยู ลิเวอร์พูล และทุกทีมได้ทาง : www.ballroad.com

Tags : ,
Leave Comment