ลุค ชอว์ หวังพิสูจน์ ฝีเท้า เพื่ออนาคต และเพื่อให้เป็นที่ยอมรับ

12/09/2018 ballroad

ลุค ชอว์ หวังพิสูจน์ ฝีเท้า เพื่ออนาคต เพื่อให้เป็นที่ยอมรับ  “ผมไม่คิดว่า ผมอยากจะเซ็นสัญญาใหม่ตอนนี้ ผมอยากพิสูจน์ให้ผู้คนเห็นว่า ผมคู่ควรกับสัญญา ผมไม่อยากได้สัญญาเพื่อแค่เพราะปีหน้าผมจะเป็นฟรีเอเย่นต์ มันอาจเป็นสิ่งที่ผูกมัดผมด้วยเหตุนั้น ผมอยากเซ็นสัญญา เพราะผมสมควรที่จะได้รับมัน และสโมสรอยากให้ผมเซ็น”

นี่เป็นคำพูดของ ลุค ชอว์ ที่อยู่ระหว่างฝึกซ้อมกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่แคลิฟอร์เนียในช่วงปรีซีซั่น เขายังบอกอีกว่า

“ผมพูดคุยกับผู้จัดการทีมแล้ว เราถกเถียงกัน ประชุมกัน ผมรู้ว่าพวกเขาเชื่อในตัวผม ถ้าพวกเขาอยากจริงๆ พวกเขาควรทำไปแล้ว ไม่ใช่รอให้ถึงปีสุดท้าย ตอนนี้ที่นั่งอยู่ต่อหน้าพวกคุณ ผมก็เชื่อ เชื่อว่าจะทำได้ ผมมั่นใจ ผมเชื่อในตัวเอง จริงๆ นะ”

ที่ผ่านมา มูรินโญ่ พยายามใช้วิธีการของตัวเองในการให้ ชอว์ กลับมาเป็นประเด็นอีกครั้ง แต่ดูเหมือนผลงานยังไม่ส่งเสริมคำพูดเท่าไร

ต้องไล่เรียงก่อนว่า ลุค ชอว์ ย้ายเข้ามาที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด ด้วยการลงทุน 31 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,395 ล้านบาท) เมื่อปี 2014 พร้อมกับตำแหน่งว่าที่แบ็คซ้ายทีมชาติอังกฤษ การซื้อนักเตะราคาแพงจาก เซาธ์แฮมป์ตัน เป็นธุรกิจที่คุ้นสำหรับ แมนฯ ยูไนเต็ด เพราะที่นั่นเต็มไปด้วยผลิตผลชั้นดีที่นำมาต่อยอดได้

จำได้หรือไม่ วันที่ ชอว์ เปิดตัว แฟนๆ จำนวนมากเชื่อว่าเขาคืออนาคต เป็นการรลงทุนที่น่าสนใจ แต่ตอนนี้ความรู้สึกนั้นยังเหมือนเดิมหรือเปล่า

ฤดูกาลแรกภายใต้การคุมทัพของ หลุยส์ ฟาน กัล การลงสนามเป็นตัวจริงใน พรีเมียร์ลีก 15 เกมสำหรับดาวรุ่งอายุ 19 ปีก็ถือว่าไม่เลวนัก ยังมีคนข้องใจอยู่ว่า โดนหลอกขายหรือเปล่า ตอนนั้นเอง เขาก็ข้องใจในตัวเองไม่ต่างกันจากการโดนจับแยกซ้อมเข้าโปรแกรมพิเศษ การพิสูจน์ตัวเองของเขาดำเนินต่อไปในซีซั่นใหม่ แต่โชคไม่เข้าข้างเอาเลย เมื่อต้องบาดเจ็บอย่างหนักในเดือนกันยายน 2015 และฤดูกาลที่เหลือก็หายไปพร้อมกับ ยูโร 2016

ในวัย 20 ปี เขาโดนอาการบาดเจ็บเล่นงานระหว่างเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก กับ พีเอสวี ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในอาชีพ

เมื่อกลับมาเขาก็ยังได้ลงสนามประปราย และโดน โชเซ่ มณินโญ่ ตำหนิว่า เป็นตัวขี้เกียจ ซึ่งเขาใช้คำวิจารณ์ของตัวเองปั้นเด็กมาหลายคน แต่สำหรับ ชอว์ มันไม่เกิด 2 ฤดูกาล 22 เกมลีก ไม่ดีพอจะไปฟุตบอลโลก

และภาพจากการพักร้อนที่เกาะอิบิซ่าในซัมเมอร์ 2018 เปิดเผยร่างกายของ ชอว์ ว่าเป็นคนอวบระยะสุดท้าย เขาไม่สนใจและตอบแบบสบายๆ ว่า “จะหาว่าผมอ้วนก็ได้ ผมรู้จักร่างกายตัวเองดี ผมดูตัวใหญ่ โครงใหญ่น่ะ แบบเดียวกับ เวย์น รูนี่ย์ ผมทำงานหนักทีเดียว”

ลุค ชอว์ แบ็คซ้าย จอมอวบ

ภาพปาปารัซซี่ หลังจบฤดูกาลในหน้าร้อน มิถุนายน 2018 ที่เกาะสวรรค์ในสเปน รูปร่างของ ชอว์ ดูไม่แย่ แต่อาจไม่ฟิตสำหรับอาชีพนักฟุตบอล

ชอว์ บอกว่า เขามีโครงสร้างรูปร่างแบบ รูนี่ย์ แต่เมื่อหลับตานึกถึงเพลงแข้งของดาวยิงรายนี้ มันคงชัดเจนในใจเสมอ

เป็นการเปรียบเทียบที่ไม่เลวเลย เพราะในวัย 19 ปี รูนี่ย์ จาก เอฟเวอร์ตัน มาที่ ยูไนเต็ด ด้วยพรสวรรค์เต็มเปี่ยม และเราจำไม่ได้ว่าเขามีช่วงที่ผอม ลีน หรือเฟิร์มด้วยกล้ามเนื้อตอนไหน ต่างกันตรงที่ ร่างกายอวบหนาใช้ฝีเท้ายึดหัวใจแฟนๆ และพื้นที่ตัวจริงได้ยาวนานกว่า 10 ปี

การนั่งดูทีมชาติอังกฤษสร้างแรงบันดาลใจให้ประเทศ และจบอันดับ 4 ที่รัสเซียผลักดัน ชอว์ ให้มีกำลังใจอีกครั้ง เขาอยากเป็นคนที่ไปยืนอยู่ตรงนั้น เขาบอกอีกว่า

“ผมจะเดินจากไปเอง และยอมให้สโมสรใช้คนอื่น แต่ตอนนี้ผมจะสู้เพื่อตำแหน่งของผม ต่อให้สโมสรซื้อใครเข้ามา ผมก็พร้อมและจะเล่นแบ็คซ้าย ขอสู้ในปีนี้ เพื่อเป็น 11 ตัวจริง” และ “ถ้าผู้จัดการทีมพูดว่า คุณไม่ใช่ผู้เล่นของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แล้ว ไม่ใช่สำหรับผม ตอนนั้นผมจะยอมรับ และไปหาที่อื่นอยู่ แต่จนกว่าเขาจะพูดอย่างนั้น ผมจะสู้จนถึงที่สุด”

ชอว์ กำลังเข้าสู่ช่วงสัญญาปีสุดท้าย เช่นเดียวกับแข้งอีกกว่า 10 ราย หลายคนโดนโรเตชั่นของ มูรินโญ่ ทำพิษหรืออาจมีความคิดหาบ้านใหม่ในปี 2019 ก็แล้วแต่ แต่การบอกว่า ถ้าไม่คู่ควรจะได้สัญญาใหม่ก็ไม่เอา ไม่ใช่แค่เซ็นเพื่อป้องกันตัวเองจะไม่มีเงินเดือน แต่จะยอมจากไป แค่ มูรินโญ่ พูดว่า ไม่เอา ไม่ใช่ ใช้ไม่ได้ ตอนนั้นก็ไม่ทนอยู่ แล้วมันยุติธรรมกับสโมสรหรือ

ฟังดูเหมือนจะหล่อ ก็จะสู้ แต่ถ้าสู้สุดแล้วยังไม่ได้ ขอจากไปโดยไม่เอาสัญญาใหม่ ไม่อยากทนอยู่กินเงินเดือนฟรี แล้วเงินเดือนที่สโมสรจ่ายไปก่อนหน้านี้ ค่าตัวที่เสียไปก่อนหน้านี้ พวกเขาไม่ควรได้อะไรเล็กๆ น้อยๆ คืนมาหรอกหรือ

อันที่จริง ด้วยค่าเหนื่อยสัปดาห์ละ 70,000 ปอนด์ (ประมาณ 3,150 ล้านบาท) แฟนๆ ก็คิดว่าสิ้นเปลืองมากแล้ว และเข้าใจว่าเขาคงโดนวิจารณ์อย่างหนัก เพราะการอยู่ในทีมใหญ่ค่าเหนื่อยหลักหมื่นมีความกดดันหลักล้านล้านแน่นอน

คำตอบของนักเตะที่ดี เราคงไม่ได้วัดจากค่าตัว ค่าเหนื่อย ราคาตอบแทนใดๆ แม้กระทั่งจำนวนเกมก็ไม่สำคัญ ถ้ามีโอกาสน้อย แต่ประสิทธิภาพและผลได้เต็มภาพจำของแฟนๆ สำหรับ ชอว์ ก็คงดูไม่เลวนัก แล้วผลงานที่ผ่านมาทั้งหมด แฟนๆ จดจำภาพของเขาแบบไหน

ภาพล่าสุดของ ชอว์ ที่ได้เป็นตัวจริงในเกมปรีซีซั่นกับ เอซี มิลาน มุมนี้ดูดีขึ้นกว่าตอนที่ไปพักร้อนมากทีเดียว

มันง่ายที่จะพูดว่า จะสู้อย่างเต็มที่ หากพ่ายแพ้ก็จากไปอย่างผู้แพ้โดยไม่เอาอะไรติดมือ เขาอาจจะคิดว่า มาแต่ตัวก็ไปแต่ตัว อย่างมากเขาก็โดนตราหน้าไปอีกม่เกิน 15 ปีจนแขวนสตั๊ดในฐานะอดีตแข้ง “ปิศาจแดง” เป็นอดีตที่นึกออกบ้าง ไม่ออกบ้าง

ขณะที่สโมสรลงทุน ผู้จัดการทีมใช้มันสมอง พยายามสร้างเขาขึ้นมาในทีม ถ้าเป็นไปได้ ก็ไม่มีใครอยากให้นักเตะจากไปพร้อมกับตราบาปขนาดใหญ่ บาดแผลในจิตใจ และรอยสลักที่เรียกว่า “ความล้มเหลว”

จากนั้น เอ็ด วู้ดวาร์ด ก็เดินหน้าหาคนใหม่มาแทน ซึ่งฟังดูเหมือนเป็นทางเลือกที่ง่ายดายเหลือเกิน ลุค ชอว์ หวังพิสูจน์ ฝีเท้า เพื่ออนาคต

Leave Comment