ย้อนรอย ความ พ่ายแพ้ สุดช็อค ในฟุตบอลโลก ที่หลายคนอาจคาดไม่ถึง

29/11/2018 ballroad

ย้อนรอย ความ พ่ายแพ้ สุดช็อค ในฟุตบอลโลก แม้จะแข่งขันจบไปแล้วแต่คราวนี้ผมขอหยิบยกควันหลงเล็กๆน้อยๆเกี่ยวกับความพ่ายแพ้ของทีมยักษ์ใหญ่ในศึกฟุตบอลโลก

ซึ่งผมได้รับแรงบันดาลใจมากจากความพ่ายแพ้ของ เยอรมันนี ต่อ เกาหลีใต้ 2-0 ในนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มเลยไปค้นหาข้อมูลว่ามีบรรดายักษ์ตัวไหนที่เคยล้มแบบสุดช็อคบ้างในฟุตบอลโลก เอาล่ะครับมาอ่านกัน

 

ซาอุดิอาระเบีย 1 – 0 เบลเยี่ยม : ฟุตบอลโลก 1994

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าในยุคสมัยนั้น เบลเยี่ยม จะต้องมาแพ้ให้กับชาติเล็กๆจากเอเชียที่โด่งดังในเรื่องของความร่ำรวยจากการค้าน้ำมันด้วยสกอร์ 1-0 ซึ่งในยุคนั้นว่ากันว่า ซาอุดิอาระเบีย เป็นยุคทองที่นำโดยซูปเปอร์สตาร์ตัวเก่ง

 

ซาอีด อัล-โอไวรัน เปรียบเสมือนกับ ลีโอเนล เมสซี่ แห่งดินแดนตะวันออกกลางและเขาก็เป็นคนที่ซัลโวประตูชัยช่วยให้ ซาอุดิอาระเบีย พลิกล็อคเฉือน “ปีศาจแดงแห่งยุโรป” ได้สำเร็จ

 

สุดท้ายในปีดังกล่าว ซาอุดิอาระเบีย สามารถทะลุผ่านเข้าไปยังรอบ 16 ทีมสุดท้ายได้ครั้งแรกและครั้งเดียวในประวัติศาสตร์ชาติ

 

 

 

สวิตเซอร์แลนด์ 1 – 0 สเปน : ฟุตบอลโลก 2010

ย้อนรอย ความ พ่ายแพ้ สุดช็อค ในฟุตบอลโลก

หลายคนอาจจะจดจำในปี 2010 ว่าพลพรรค “กระทิงดุ” ทีมชาติสเปน คว้าแชมป์โลกได้แต่บางคนอาจจะหลงจะลืมไปแล้วว่าในปีนั้นพวกเขาเปิดหัวมาด้วยความพ่ายแพ้

 

ในปีนั้น สวิตเซอร์แลนด์ นำทีมมาโดย อ็อตมาร์ ฮิตซ์เฟลด์ กุนซือระดับโลกที่ขึ้นชื่อเรื่องเกมรับและสวนกลับซึ่งเขาก็แสดงกึ๋นให้เห็นแบบชัดๆในเกมนี้เพราะ สเปน กระหน่ำยิงไปถึง 22 ครั้งแต่ไม่สามารถเจาะประตูได้จนโดน เกลสัน เฟร์นันเดส ห้องเครื่องชาวสวิสยิงต้นครึ่งหลังและเป็นประตูเดียวในเกม

 

สเปน ใช้ความพ่ายแพ้ในครั้งนั้นกลายเป็นแรงผลักดันจนพวกเขาคว้าแชมป์โลกได้สำเร็จส่วน สวิตเซอร์แลนด์ ปรากฏว่าชัยชนะนัดดังกล่าวเป็นชัยชนะนัดเดียวในปี 2010 ตกรอบแรกไปเฉยเลย

 

 

 

 

 

 

 

 

บัลแกเรีย 2 – 1 เยอรมันนี : ฟุตบอลโลก 1994

นี่อาจจะเป็นยุคเรืองรองยุคสุดท้ายของ บัลแกเรีย ก็เป็นได้เมื่อพวกเขาโชว์ฟอร์มได้แบบสะเทือนวงการลูกหนังด้วยโคตรแข้งทั้ง ฮริสโต สตอยคอฟ, นาสโก ซีราคอฟ, ยอร์ดาน เลตชาคอฟ

 

ซึ่งตั้งแต่ในรอบแรก บัลแกเรีย ก็สามารถโค่นทีมอย่าง อาร์เจนติน่า มาได้แล้วด้วยสกอร์ 2-0 และทำผลงานได้แจ่มแมวมาเรื่อยๆจนโคจรมาพบกับพระกาฬแห่งวงการลูกหนัง “อินทรีเหล็ก” ทีมชาติเยอรมันนี แชมป์เก่าปี 1990 ในรอบ 8 ทีมสุดท้ายที่ลงสนามด้วยการไม่แบ่งแยกชื่อ เยอรมันตะวันตก หรือ ตะวันออก เป็นปีแรก

 

การหักด่าน “อินทรีเหล็ก” ในปีนั้นของ บัลแกเรีย สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับแฟนบอลเป็นอย่างมากเพราะพวกเขาเป็นฝ่ายโดนนำไปก่อนแต่สุดท้ายก็มาระรัว 2 เม็ดรวดจนเฉือนเข้าวินไปได้ 2-1 ทว่าสุดท้ายแล้วในรอบรองชนะเลิศ บัลแกเรีย ก็ต้องแพ้ให้กับความแข็งแกร่งของ อิตาลี ที่มี ‘เทพบุตรเปียทองคำ’ โรแบร์โต บาจโจ้ นั่นเอง

 

 

 

 

 

 

 

อาร์เจนติน่า 0 – 1 แคมเมอรูน : ฟุตบอลโลก 1990

ในปี 1990 พลพรรค “ฟ้าขาว” อาร์เจนติน่า นี่คือเต็งจ๋าแบบจ๋าสุดๆในการคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกเพราะพวกเขาคือแชมป์เก่าเมื่อปี 1986 และมาครั้งนี้โคตรแข้งอย่าง ดีเอโก้ มาราโดน่า ก็นำทัพมาเช่นเดิม

 

ทว่าไปๆมาๆพลพรรค “หมอผี” แคมเมอรูน กลับสร้างเซอร์ไพรซ์ให้กับคนทั้งโลกได้ด้วยการสยบ “ฟ้าขาว” ได้ตั้งแต่นัดแรกด้วยฝีเท้าการยิงของ อันเดร โอแมม-บียิค ช่วงครึ่งเวลาหลัง

 

โดยในปีดังกล่าว อาร์เจนติน่า ยังคงเอาตัวรอดเข้ารอบแบ่งกลุ่มไปด้วยผลงานอันดับ 3 ที่ดีที่สุดพร้อมกับผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศกับ เยอรมันตะวันตก แต่ก็ต้องแพ้ไปส่วนขุนพล “หมอผี” เองก็สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นทีมจากแอฟริกันทีมแรกในประวัติศาสตร์ที่เข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายแต่ก็ต้องแพ้ให้กับ อังกฤษ ในที่สุด

 

 

 

 

 

 

 

 

กาน่า 2 – 0 สาธารณรัฐเช็ก : ฟุตบอลโลก 2006

โคตรโหดทีม “ดาวดำ” กาน่า ในปีนั้นเต็มไปด้วยสตาร์ดังๆมากมายทั้ง อซาโมอาห์ กียาน, มิคาเอล เอสเซียง, จอห์น เม็นซาห์, สตีเฟน อัปเปียห์ และ ซัลลีย์ มุนตารี่ แต่ใครจะไปคิดล่ะครับว่าพวกเขาสามารถเขี่ย สาธารณรัฐเช็ก ตกรอบแรกได้

 

เช็ก ใช่ว่าจะธรรมดาที่ไหนพวกเขามีทั้ง ปีเตอร์ เช็ก, ดาวิด โรเซห์นัล, คาเรล โพบอลสกี้, โทมัส โรซิคกี้ และ พาเวล เนดเว็ด แต่ก็ไม่สามารถต้านทานความแข็งแกร่งของแข้งจากแอฟกันได้

 

กียาน และ มุนตารี่ เป็นสองฮีโร่ที่ซัดคนล่ะตุงช่วยให้ทัพ “ดาวดำ” เอาชนะ เช็ก ไปด้วยสกอร์ใสๆสบายเท้า 2-0 ทำให้สุดท้ายแล้วหนึ่งในทีม “ม้ามืด” ปีนั้นอย่าง สาธารณรัฐเช็ก ต้องตกรอบแรกแบบงงๆส่วน กาน่า พวกเขาผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายแต่ก็ต้องแพ้ให้กับ บราซิล ไป 3-0

 

 

 

 

 

 

 

ฝรั่งเศส 0 – 1 เซเนกัล : ฟุตบอลโลก 2002

ใครว่าเริ่มต้นดีแล้วจะสามารถเป็นแรงผลักดันได้เสมอ ฝรั่งเศส ปีนี้นี่แหละครับคือคำตอบที่แตกต่างจาก สเปน ในปี 2010 เพราะพวกเขาเริ่มต้นด้วยความพ่ายแพ้ต่อ เซเนกัล ทั้งๆที่ 1998 “ตราไก่” คือแชมป์โลก

 

อย่างไรก็ตามพวกเขากลับกลายเป็นทีมที่นำเทรนด์ “แชมป์เก่าตกรอบแรก” ได้ในปี 2002 ด้วยการเปิดหัวมาพบกับความพ่ายแพ้ต่อ เซเนกัล ยุคทองที่มีทั้ง เอล ฮัดจิ ดิยุฟ, ซาลีฟ ดีเยา, อาลีอู ซิสเซ่ และในเกมนี้ ปาปา บูบา ดิย็อป ก็ยิงประตูชัยช่วยให้แข้ง “สิงโตแห่งเตรันก้า” ขย้ำ “ตราไก่” ไป 1-0

 

ด้วยฟอร์มอันสดใสของ เซเนกัล ทำให้พวกเขาเป็นทีมจากแอฟริกันทีมที่ 2 ต่อจาก แคมเมอรูน ที่ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายในฟุตบอลโลกได้สำเร็จซึ่งพวกเขาก็ต้องแพ้ให้กับ ตุรกี ส่วน ฝรั่งเศส

ก็อย่างที่ผมบอกไปก่อนหน้าว่าพวกเขานำเทรนด์ตกรอบแรกซึ่งปีนั้นลูกทีมของ โรเจอร์ เลอแมร์ เก็บได้เพียงแต้มเดียวเท่านั้น ย้อนรอย ความ พ่ายแพ้ สุดช็อค ในฟุตบอลโลก

Tags : , , ,
Leave Comment