ยอดนักเตะ ดาวจรัส แสงแห่ง เวิลด์ คัพ 2018 มีใครกันบ้าง

09/07/2018 ballroad

ยอดนักเตะ ดาวจรัส แสงแห่ง เวิลด์ คัพ 2018 ทัวร์นาเมนท์ฟุตบอลโลก ฉบับรัสเซีย มีดาวเตะหลายคนก้าวขึ้นมาสร้างชื่อเสียงแบบไม่ให้รู้เนื้อรู้ตัว หรือบางคนก็เคยได้ยินชื่อมาก่อนแล้ว แต่เล่นยังไงก็ไม่ดังสักที สุดท้ายมาโชว์ฟอร์มดีในเวิลด์คัพ
วันนี้ไปลองดูกันว่ามีใครกันบ้าง

ยอดนักเตะ ดาวจรัส แสงแห่ง เวิลด์ คัพ 2018 มีใครกัน

อเล็กซานเดอร์ โกโลวิน (รัสเซีย)
เพลย์เมคเกอร์จากสโมสร ซีเอสเคเอ มอสโก โด่งดังขึ้นมาแลลชั่วข้ามคืนจากผลงานที่โดดเด่นในเกมเปิดสนามฟุตบอลโลก ที่ทัพ “หมีขาว” ปูพรมถล่ม ซาอุดิอาระเบียย 5-0 โดยที่เกมนั้น โกโลวิน ได้รางวัลแมน ออฟ เดอะ แมทช์

สตาร์วัย 22 ปี คือนักเตะที่อายุน้อยที่สุดของทีมชาติรัสเซียชุดนี้ เขาเล่นกับพวกตัวเก๋าได้อย่างกลมกลืน ฟอร์มของเขายอดเยี่ยมต่อเนื่อง เช่นเดียวกับในรอบ 16 ทีมสุดท้ายที่ดวลจุดโทษชนะ สเปน ทีมเต็งแชมป์ โดยเกมนั้น โกโลวิน วิ่งแบบไม่มีหมดตลอด 120 นาที
โกโลวิน ยิงได้ 1 ประตู ทำ 2 แอสซิสต์ เขามีสถิติการเลี้ยงบอลที่น่าทึ่งมาก ฟีฟ่า เปิดเผยว่า โกโลวิน เลี้ยงหลบคู่แข่งในกรอบเขตโทษมากถึง 9 ครั้ง ในทัวร์นาเมนท์นี้

โฆเซ่ ฆิมิเนซ กับ ดีเอโก้ โกดิน (อุรุกวัย)
เราไม่สามารถแยกคู่นี้ออกจากกันได้เลยจริง ฆินิเนซ และ โกดิน คือคู่กองหลังระดับภูผาหิน จับคู่กันทั้งในสโมสรแอตเลติโก มาดริด และ อุรุกวัย ไม่แปลกใจที่ทำไมแผงหลังถึงได้แน่นปึ้กเบอร์นั้น
ทั้งคู่สอดประสานกันลงตัวสุดๆ คนหนึ่งเก๋า (โกดิน 32 ปี) อีกคนหนึ่งสด (ฆิมิเนซ 23ปี) มีเพียงแค่ทีมชาติโปรตุเกสเท่านั้นที่ยิงประตูใส่ อุรุกวัย ได้สำเร็จ แถมมาจากการเล่นลูกนิ่ง ไม่ใช่โอเพนเพลย์

ฆิมิเนซ กับ โกดิน ช่วยกันสกัดบอลพ้นอันตรายรวมกันมากถึง 42 ครั้ง ที่เหลือเชื่อกว่านั้น ทั้งคู่ทำฟาวล์ใส่คู่แข่งรวมกันแค่ 7 หนเท่านั้นเอง (สถิติบันทึกเมื่อสิ้นสุดรอบ 16 ทีมสุดท้าย)

ซาอิด เอซาโตลาฮี (อิหร่าน)
มิดฟิลด์เชิงรับเจ้าของส่วนสูง 190 ซม. ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงใน 2 เกมที่อิหร่านทำผลงานประทับใจคือนัดแพ้ สเปน 0-1 และเสมอ โปรตุเกส 1-1

ลีลาการพัวพัน ตามตอด ตามประกบเหล่าซูเปอร์สตาร์ระดับโลกจาก 2 นัดนั้น ทำให้ทีมชาติอิหร่าน ได้มาซึ่ง 1 คะแนนอันล้ำค่า แม้สุดท้ายจะไม่ผ่านรอบแบ่งกลุ่มก็ตาม
เอซาโตลาฮี อายุ 21 ปี ปัจจุบันเล่นอยู่กับสโมสร รอสตอฟ ในลีกรัสเซีย ส่วนเมื่อฤดกาลล่าสุดเขาย้ายไปเล่นกับ อัมคาร์ เพิร์ม แบบยืมตัว

คีเลียน เอ็มบัปเป้ (ฝรั่งเศส)
ว่าที่ซูเปอร์สตาร์วงการลูหนังแดนน้ำหอมคนต่อไป เอ็มบัปเป้ โชว์ฟอร์มสุดโหดในฟุตบอลโลกครั้งนี้ โดยเฉพาะเกมชนะ อาร์เจนตินา ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย

สปีดต้นที่จัดจ้านฉีกแนวรับคู่แข่งเป็นชิ้น แถมจบสกอร์ได้เยี่ยม เอ็มบัปเป้ ยิงไปแล้ว 3 ประตู จากโอกาสที่มีเพียงแค่ 5 ครั้งเท่านั้นเอง
แม้ว่าในรอบแบ่งกลุ่มดาวเตะวัย 19 ปี อาจยังไม่ถึงกับโดดเด่นนัก แต่ในภาพรวมถือผลงานของเขาทำได้ดีเกินวัย

เบนจาแมง ปาวาร์ และ ลูคัส เอร์นานเดซ (ฝรั่งเศส)
คู่ฟูลแบ็กขวา-ซ้ายของทัพ “ตราไก่” เดิมทีสัมปทานนี้เป็นของ ฌิบริล ซิดิเบ้ กับ เบนฌาแมง เมนดี้ ปรากฎว่ารายแรกฟอร์มห่วยเกมอุ่นเครื่อง ส่วนรายหลังร่างกายไม่สมบูรณ์

โอกาสจึงตกมาถึง ปาวาร์ กับ เอร์นานเดซ และทั้งคู่ก็ฉกฉวยโอกาสนั้นไว้แบบไม่ปล่อยให้หลุดมือ ปาวาร์ ยิงไปแล้ว 1 ประตู ส่วนอีกคน เอร์นานเดซ ทำได้ 1 แอสซิสต์
ปัจจุบัน ปาวาร์ เล่นกับ สตุ๊ตการ์ท ในบุเนเดสลีกา เยอรมัน และ เอร์นานเดซ อยู่กับ แอตเลติโก มาดริด ในลา ลีกา สเปน แถมทั้งคู่อายุ 22 ปีเท่ากันอีกด้วย

อันเต้ เรบิช (โครเอเชีย)
กองหน้ากึ่งปีกของทัพ “ตรารุก” สร้างชื่อจากลูกวอลเลย์แสกหน้าใส่ วิลลี่ กาบาเยโร่ มือกาวทีมชาติอาร์เจนตินา ในเกมรอบแบ่งกลุ่ม

เรบิช วัย 24 ปี โชว์ฟอร์มเด่นกับ ไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต ตลอดซีซั่นที่ผ่านมา ลากยาวจนมาถึงฟุตบอลโลก ทัวร์นาเมนต์นี้ เขาทำสถิติเลี้ยงหลบในเขตโทษ 5 ครั้ง ผ่านบอลอันตรายอีก 6 ครั้ง
ความจริงแล้ว เรบิช ต้องยิงได้อีก 1 ประตู ในเกมรอบ 16 ทีมสุดท้าย กับ เดนมาร์ก หลังจากหลุดเดี่ยวล็อกหลบผู้รักษาประตูได้แล้ว แต่ดันโดนทำฟาวล์เสียก่อน

อันเดรียส กรานควิสท์ (สวีเดน)
ปราการหลังตัวเก๋ากัปตันทีมชาติสวีเดน เล่นได้แข็งแกร่ง และเป็นผู้นำในแผงเกมรับอย่างแท้จริง เขาทำได้ 2 ประตูจากลูกจุดโทษ

เขามีสถิติการเล่นเกมรับที่ยอดเยี่ยม สกัดบอลพ้นอันตราย 30 ครั้ง และบล็อกลูกยิงอีก 7 ครั้ง (สถิติบันทึกเมื่อสิ้นสุดรอบ 16 ทีมสุดท้าย)

โช ฮยอน วู (เกาหลีใต้)
พ่อหนุ่มเคป็อป นายทวารทีมชาติเกาหลีใต้โชว์ฟอร์มหนึบสุดๆ และติดทีมยอดเยี่ยมรอบแรกจากสำนักข่าว “บีบีซี” อีกด้วย

เขามาปล่อยของโชว์การซูเปอร์เซฟ ในเกมสุดที่ “โสมขาว” ช็อกโลกเอาชนะทีมชาติเยอรมนี 2-0 ก่อนจูงมือกันตกรอบแบ่งกลุ่ม
โช ฮยอน วู ทำสถิติป้องกันประตูสำเร็จ 13 ครั้ง มีเพียง แคสเปอร์ ชไมเคิล (เดนมาร์ก) และ กิเบร์โม โอชัว (เม็กซิโก) ที่ทำได้มากกว่า

ฟ้ากเนอร์ (บราซิล)
ทีมชาติบราซิล เป็นชาติที่เล่นกันได้อย่างโดดเด่นทุกคนเลย แต่มีอยู่คนหนึ่งที่รอคอยโอกาสมาทั้งชีวิต และบุญพาวาสนาส่งให้กลายเป็นตัวจริงในฟุตบอลโลก 2018 นั่นคือ ฟ้ากเนอร์

แบ็กขวาวัย 29 ปี ใช่ตัวเลือกลำดับแรกด้วยซ้ำ เขาถูกเรียกตัวมาแทนที่ของ ดานี อัลเวส ที่บาดเจ็บ พอเริ่มบอลโลก ดานีโล ก็มาเจ็บไปอีกคน ฟ้ากเนอร์ จึงได้โอกาสนั้น
ฟ้ากเนอร์ เล่นได้กลมกลืนกับซูเปอร์สตาร์ในทีม เขาพลาดเล่นแค่เกมแรก สวิตเซอร์แลนด์ เท่านั้น ส่วน 3 นัดถัดมาเขาช่วยให้ บราซิล รักษาคลีนชีตได้ทุกนัด

เอแด็น อาซาร์ (เบลเยียม)
คู่ควรกับปลอกแขนกัปตันทีมชาติเบลเยียมอย่างแท้จริง ฟอร์มการเล่นมหาโหด เลี้ยง ส่ง โหม่ง ยิง อาซาร์ ทำได้หมดทุกอย่าง

นักเตะ ดาวจรัส แสงแห่ง เวิลด์ คัพ 2018

เพลย์เมคเกอร์จากสโมสร เชลซี ทำไปแล้ว 2 ประตู กับ 2 แอสซิสต์ เลี้ยงหลบคู่แข่งในเขตโทษ 9 ครั้ง ผ่านบอลอันตรายสำเร็จอีก 10 ครั้ง

แฮรี่ เคน (อังกฤษ)
กองหน้ากัปตันทีมชาติอังกฤษ กระทุ้งไปแล้ว 6 ประตู (บันทึกสถิติเมื่อสิ้นสุดรอบ 16 ทีมสุดท้าย) เขาคือตัวความหวังในการผลิตสกอร์ของทัพ “สิงโตคำราม”

ยอดนักเตะ ดาวจรัส แสง

แม้จะถูกวิจารณ์ว่า 3 จาก 6 ประตูมาจากลูกจุดโทษ แต่ฟอร์มโดยรวมนั้นถือว่าทำได้ยอดเยี่ยม เคน มีโอกาสสับไกแค่ 9 ครั้ง แปรเปลี่ยนเป็น 6 ประตู

เยรี่ มีน่า (โคลอมเบีย)
กองหลังจาก บาร์เซโลนา เจ้าของส่วนสูง 194 ซม. ตัวสูงที่สุดในทีมชาติโคลอมเบีย ผู้เกือบทำให้ทีมชาติอังกฤษน้ำตาร่วง

ยอดนักเตะ ดาวจรัส แสงแห่ง เวิลด์ คัพ 2018

มีน่า โขกเป็นประตู 3 ครั้ง จากโอกาสที่มีแค่ 3 ครั้ง เรียกได้ว่า 100 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่สถิติเกมรับก็จัดว่าไม่ธรรมดา ชนะในการเข้าปะทะ 5 ครั้ง

สกัดบอลพ้นอันตราย 18 ครั้ง ตามเก็บบอลได้ 27 ครั้ง ยอดนักเตะ ดาวจรัส แสงแห่ง เวิลด์ คัพ 2018

 

Tags : , , , , , , , ,
Leave Comment