5 นักเตะ อัพเลเวล เตียมท้าแข้ง ศึกฟุตบอลโลก 2018 ครั้งนี้มีใครกันบ้าง

14/06/2018 ballroad

 

5 นักเตะ อัพเลเวล เตียมท้าแข้ง ศึกฟุตบอลโลก 2018 ซึ่งเจ้าภาพในการจัดการแข่งขันในครั้งนี้ ได้แก่ ประเทศรัสเซีย ซึ่งการแข่งขันฟุตบอลโลกในครั้งนี้ ยักษ์ใหญ่เจ้าประจำอย่าง อิตาลี และเนเธอร์แลนด์ ได้พลาดท่าตกรอบไปก่อนแล้ว ทำเอาแฟนบอลของทั้งสองทีม ช็อกกันไปเป็นแถบๆ ต้องมานั่งหาทีมใหม่ให้เชียร์ ในบอลโลกครั้งนี้

ส่วนตัวผมไม่มีปัญหาอะไร เพราะผมเชียร์อาร์เจนตินา เป็นทุนเดิม เอาตรงๆ ว่าที่เชียร์ก็เพราะว่าอยากให้ ลีโอเนล เมสซี่ ยอดกองหน้าแห่งยุค ลบล้างคำสบประมาทที่ว่า “เมสซี่ กากในทีมชาติ” สักทีน่ะแหละ เพราะถ้าคน

ตามฟ้า-ขาวเป็นทุนเดิม จะรู้ว่าเมสซี่มันก็ทำเต็มที่สุดๆ ละ เพียงแต่ว่าสุดท้ายบอลมันเล่นกัน 11 คน ก็แค่นั้น

ถ้าให้ผมพูดเรื่องเมสซี่ กับอาร์เจนตินา ให้ผมพูดเป็นชั่วโมง ผมก็ทำได้ แต่บังเอิญว่าวันนี้เราไม่ได้มาคุยกันเรื่อง

‘เมสซี่ และอาร์เจนตินาของเขา’ แต่วันนี้เราจะมาพูดเรื่อง 5 นักเตะที่บอลโลกครั้งที่แล้ว ห่างไกล จากคำว่า ติดทีมชาติ ต่างหาก แน่นอนว่าปีนี้พวกเขาติด แต่ 4 ปีที่แล้ว พวกเขาทำอะไรกันอยู่นะ ?

5 นักเตะ “อัพเลเวล” เตียมท้าแข้ง ศึกฟุตบอลโลก 2018

1. เอ็นโกโล่ กองเต้ (ทีมชาติฝรั่งเศส)

เอ็นโกโล่ กองเต้ มิดฟิลด์ตัวรับทีมชาติฝรั่งเศสเชื้อสายมาลีวัย 28 ปี ที่รับหน้าที่เป็นผู้คุมแดนกลางให้กับลูกหนังแดนน้ำหอมในฟุตบอลโลก 2018 ครั้งนี้

มิดฟิลด์จอมขยันของเชลซีรายนี้ ปฏิเสธการเล่นให้ทีมชาติมาลี ในปี 2015 ในรายการ African Cup of Nations แม้ว่าจะภูมิลำเนาเดิมของครอบครัวเขาก็ตาม แ

ละเขาก็ไม่ได้ลงเล่นให้ทีมชาติฝรั่งเศสด้วยเช่นกัน ในฟุตบอลโลกครั้งล่าสุดในปี 2014 เพราะแววรุ่งของเขาเพิ่งจะมาฉายแสงในฤดูกาล 2014-2015 ซึ่งตอนนั้นเขาเล่นให้กับสโมสรก็อง เขาทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม และเป็นกำลังสำคัญให้กับสโมสรในตอนนั้น จนฝีมือไปเตะตาแมวมองของ เลสเตอร์ ซิตี้ ในที่สุด

เขาจรดปากกาเซ็นสัญญาเป็นระยะเวลา 4 ปี กับเลสเตอร์ ซิตี้ ในเดือนสิงหาคม ปี 2015 (ไม่ได้ระบุค่าตัวอย่างเป็นทางการ) และเป็นกำลังหลักสำคัญ

ที่ทำให้ เลสเตอร์ ซิตี้ คว้าแชมป์ พรีเมียร์ ลีก ได้ ในฤดูกาล 2015-2016 ซึ่งนับเป็นก้าวแรกที่ดี ที่จะขึ้นเป็นอีก 1 ยอดมิดฟิลด์ตัวรับที่ดีที่สุดในยุโรป

และด้วยผลงานในปีนั้น ส่งผลให้เขาติดทีมชาติชุดใหญ่ของฝรั่งเศสในชุดยูโร ปี 2016 ในที่สุด แม้ว่าในครั้งนั้นฝรั่งเศสทำได้แค่รั้งตำแหน่งรอง

แชมป์ยูโร แต่ความร้อนแรงของก็องเต้ ก็ยังคงหยุดไม่อยู่ เขาถูกคว้าตัวเข้ามาร่วมทีม สิงโตน้ำเงินคำราม ในที่สุด และได้แชมป์พรีเมียร์ ลีกฤดูกาลนั้น มาประดับโปรไฟล์ตัวเองเป็นครั้งที่สองอีกด้วย
จากผลงานที่ยอดเยี่ยมตลอด 3-4 ปีมานี้ ทำให้เขาคือ 1 ในนักเตะชุดแรก ที่ดิดิเยร์ เดสชองส์ เรียกติดทีมชาติฝรั่งเศสในฟุตบอลโลกครั้งนี้

2. ริคาร์โด้ กวาเรสมา (ทีมชาติโปรตุเกส)

สำหรับชายผู้ไร้โชคในการรับใช้ชาติอย่าง ริคาร์โด้ กวาร์เรสมา เอาตรงๆ เลยว่าด้วยวัย 34 ปี การลงสนามให้ทีมชาติชุดใหญ่ไปทั้งสิ้น 76 นัด

นับว่าไม่ใช่น้อยๆ มีนักเตะเพียงแค่ 16 คนด้วยซ้ำ ที่ลงสนามให้ทีมชาติมากกว่าเขา หากเทียบด้วยสถิติตลอดกาลของทีมชาติโปรตุเกส

อย่างที่ผมเกริ่นไปว่าเขาคือ ชายผู้ไร้โชค เพราะอะไรน่ะเหรอ ? ฟอร์มการเล่นของเขากับบาร์เซโลนา ที่แทบจะไม่อาจเบียดแย่งตัวจริงใครได้

ประกอบกับอาการบาดเจ็บ ทำให้เขาพลาดการลงสนามให้ทีมชาติโปรตุเกส ในบอลยูโร ปี 2004 พอตัดภาพมาที่ปี 2006 ระหว่างฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก

เขาก็ทำผลงานได้ไม่ได้แย่ และยังเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ โปรตุเกสคว้าชัยเหนือ สโลวาเกีย 2-0 แต่กลับกลายเป็นว่าพอเข้าสู่การแข่งขันฟุตบอลโลกจริงๆ

เขากลับหลุดโผจากตัวเลือกนักเตะทั้งหมด 23 คน ของหลุยซ์ เฟลิเป้ สโคลารี่ ที่เป็นผู้คุมทีมโปรตุเกสในตอนนั้น

เขากลับมารับใช้ชาติอีกครั้งในฟุตบอลยูโร ปี 2008 ด้วยผลงานที่ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่ เริ่มจากการหาประตูแรกกับทีมชาติของตัวเองเจอ ใ

นฟุตบอลยูโรรอบคัดเลือก ที่โปรตุเกสต้องเผชิญหน้ากับเบลเยียม ซึ่งนั่นส่งผลให้ สโคลารี่ ลองไว้ใจใส่ชื่อเขาลงในนักเตะทั้ง 23 คน และในที่สุด

เขาก็ซัดประตูที่สองใส่สาธารณรัฐเช็คในการรับใช้ชาติของตัวเองได้อีก ทำให้โปรตุเกสเป็นฝ่ายชนะไป 3-1 แต่สุดท้ายพวกเขาก็ต้องพ่ายให้กับสวิสเซอร์แลนด์ ที่เป็นเจ้าบ้านในปีนั้น 2-0

การหลุดโผไม่ติดทีมชาติของเขากว่า 6 ปี โอกาสของเขาก็มาถึงในฟุตบอลโลกปี 2014 เขาติดรายชื่อนักเตะ 30 คน ของโปรตุเกส

แต่เมื่อโค้ชต้องหั่นนักเตะชุดสุดท้ายที่จะได้ไปลุยบอลโลกเพียง 23 คน มันกลับไม่ปรากฏชื่อของเขาอยู่ในนั้น
และในฟุตบอลโลกครั้งนี้ ภายใต้การคุมทีมของ เฟร์นานโด ซานโตส โค้ชมากประสบการณ์วัย 63 ปี ตัดสินใจเรียกเขากลับมาติดทีมชาติอีกครั้ง แม้วัยจะล่วงเลยถึง 34 ปีแล้วก็ตาม

3. เอียโก้ อาสปาส (ทีมชาติสเปน)

เอียโก้ อาสปาส อดีตกองหน้าลิเวอร์พูล ผู้ซึ่งปัจจุบันติดท็อป 5 ดาวซัลโว ลาลีก้า ฤดูกาลล่าสุดภาย ใต้การ ค้าแข้งกับสโมสรเซลต้า บีโก้ แต่หากเล่าย้อนถึง สมัยยังค้าแข้ง กับลิเวอร์พูล นั้น เรียกได้ว่าเป็นหลุมดำของชีวิตการค้าแข้ง ก็คงจะไม่ผิด เพราะตลอด 2 ปีที่ค้าแข้งกับลิเวอร์พูล ตั้งแต่ปี 2013-2015 เขาได้ลงเล่นไปเพียง 15 นัด และสังหารประตูไปได้เพียง ประตูเดียวเท่านั้น ทำให้บอร์ดบริหารลิเวอร์พูลไม่สามารถทนกับกองหน้าชาวสเปนได้อีกต่อไป พวกเขาตัดสินใจปล่อยให้ เซบียา ยืมตัว ซึ่งเขาก็ทำผลงานได้ไม่แย่ จากการลงเล่นทั้งหมด 21 นัด ยิงประตูไปทั้งสิ้น 9 ประตู

ในที่สุด เซลต้า บีโก้ ก็ตัดสินใจซื้อตัวอาสปาสกลับมา ในเดือนมิถุนายน ปี 2015 ด้วยระยะสัญญากว่า 5 ปี ซึ่ง ณ ตอนนี้ เขากลับมาลงเล่นให้ เซลต้า ไปแล้วทั้งสิ้น 86 นัด สังหารประตูไปถึง 49 ประตู ยิ่งฤดูกาลล่าสุดติดท็อป 5 ดาวซัลโว ลาลีก้า ในที่สุดโอกาสในการรับใช้ชาติของเขาก็มาถึง เฮดโค้ชทีมชาติสเปน ฆูเลน โลเปเตกี เรียกเขาเป็นหนึ่งในรายชื่อผู้ที่ได้แสดงฝีไม้ลายมือในทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลโลกครั้งนี้

4. เซบาสเตียน รูดี้ (ทีมชาติเยอรมนี)

5 นักเตะ อัพเลเวล เตียมท้าแข้ง ศึกฟุตบอลโลก 2018

มาที่ทีมชาติเจ้าของแชมป์ฟุตบอลโลกปีล่าสุดกันบ้าง หวยของหัวเรื่องบทความนี้ก็ไปออกที่ เซบาสเตียน รูดี้ มิดฟิลด์จากยอดทีมบุนเดสลีก้าอย่าง บาเยิร์น มิวนิค
ข้อดีของเขาคือ เขาไม่ได้ลงสนามได้แค่ในตำแหน่งมิดฟิลด์เท่านั้น เขายังสามารถลงสนามในตำแหน่งแบ็คขวาได้อีกด้วย

เขามีชื่อติดทีมชาติเยอรมนีชุดใหญ่ครั้งแรกในชีวิตการค้าแข้งคือ การแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งล่าสุดที่บราซิล ที่ที่เยอรมนีเอาชนะฟ้า-ขาว ในรอบชิงฯ และได้แชมป์ฟุตบอลโลกไปครอง แต่มิดฟิลด์สารพัดประโยชน์รายนี้กลับได้ลงสนามเพียงนัดเดียวเท่านั้น

และในฟุตบอลโลกครั้งนี้ เขาได้รับโอกาสจาก โยอาคิม เลิฟ เฮดโค้ชทีมชาติเยอรมนี อีกครั้ง มารอดูกันว่าเขาจะแผลงฤทธิ์อะไรได้บ้างที่รัสเซีย

5. นิค โป๊ป (ทีมชาติอังกฤษ)

การได้รับใช้ชาติอังกฤษ ของนาย ทวารสังกัดสโมสรเบิร์นลีย์ ดูจะเป็นเรื่องไกลตัวมากๆ เพราะเขาไม่ใช่ผู้รักษาประตูมือ 1 ของสโมสรด้วยซ้ำ ใช้คำว่าเป็นผู้รักษาประตูตัวเลือก น่าจะเหมาะกว่า แถมตลอดชีวิตการค้าแข้ง เขาก็แทบไม่มีที่อยู่เป็นหลักเป็นแหล่ง ถูกยืมไปนั่นมานี่ ถึงขั้นที่ว่าในปี 2013-2014 ปีเดียว ถูกปล่อยยืมไปถึง 3 ครั้ง เริ่มจาก เคมบริดจ์ ยูไนเต็ด รับไม้ต่อจาก เวลลิง ยูไนเต็ดในปี 2013 แล้วเคมบริดจ์จึงเปลี่ยนผลัดไม้ไป

ยัง อัลเดอร์ช็อต ทาวน์ แล้วไปจบที่ ยอร์ก ซิตี้ ซึ่งสโมสรเหล่านี้ไม่ แม้แต่อยู่ใน ลีกอันดับที่ 4 ของอังกฤษด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นการ ติด ทีมชาติ อังกฤษในบอลโลกปี 2014 มันเป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้เลย
แต่แล้วก็เหมือนโชคเข้าข้าง เดือนกันยายนปีที่แล้ว ทอม ฮีตตัน นายทวารมือ 1 เกิดมีอาการบาดเจ็บที่หัวไหล่ ฌอน ไดซ์ ผู้จัดการทีม จึงตัดสิน ใจเอาเขาขึ้น มาเป็นมือ 1 แทน และเขาก็ทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่งนั่นส่งผลให้เขาได้ต่อสัญญากับเบิร์นลีย์ไปจนถึง 2020

และในที่สุดฟ้าหลังฝนที่ค่อยๆ เปิดทางให้นายทวารวัย 26 ปี ก็ส่งผลให้การแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้ เขาก็มีชื่อติด 1 ใน 23 นักเตะที่จะได้ไปโลดแล่นในรัสเซีย ซึ่งด้วยวัย 26 อาจดูเป็นจังหวะที่ช้านิดหน่อย แต่ก็ยังไม่สายเกินไป หากยังรักษามาตรฐานของตัวเองได้

เป็นยังไงกันบ้างครับ จบกันไปแล้วกับ 5 นักเตะ ที่บอลโลกครั้งที่แล้ว ‘ห่างไกล’ จากคำว่า ‘ติดทีมชาติ’ ซึ่งสำหรับผม ผมมองว่าการได้รับใช้ชาติ เป็นความฝันสูงสุดของนักกีฬาในประเทศนั้นๆ อยู่แล้ว ซึ่งคนเหล่านี้ต้องทำงานอย่างหนัก เพื่อบรรลุความฝันสูงสุดของตนเอง และระหว่างทาง แน่นอนว่ามันไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ จนในที่สุดก็มีคนเห็นสิ่งที่พวกเขาทุ่มเทมาตลอด แสดงให้เห็นว่าพวกเขาดีพอที่จะได้เป็นตัวแทนของทีมชาติ และเป็นหนึ่งในผู้ที่นำความภาคภูมิใจกลับประเทศของพวกเขา 5 นักเตะ อัพเลเวล เตียมท้าแข้ง ศึกฟุตบอลโลก 2018

Tags : , , , , ,
Leave Comment