ย้อนอดีต ทีมชาติ ที่ได้ถ้วย เวิลด์ คัพ ไว้ครอบครองมาแล้ว

16/06/2018 ballroad

เวิลด์คัพ ทำเนียบแชมป์ที่ไม่เคยเซอร์ไพรซ์ใคร

ย้อนอดีต ทีมชาติ ที่ได้ถ้วย เวิลด์ คัพ ไว้ครอบครองมาแล้ว ก่อนหน้านี้ เราเพิ่งจะนำเสนอเรื่องทีมม้ามืดในประวัติศาสตร์ศึก เวิลด์ คัพ ไปหมาดๆ แต่ถ้าเราลองตั้งข้อสังเกตต่อไปอีกสักนิด เราก็จะรู้ความจริงเพิ่มอีก 1 ข้อเช่นกันว่า “หมาวัดที่ถึงขั้นเอื้อมหยิบดอกฟ้าได้สำเร็จนั้นไม่มีอยู่จริง” ในเวทีนี้

เซเนกัล , ตุรกี , สวีเดน , แคเมอรูน , เกาหลีใต้ หรือ คอสตาริก้า พวกเขาเคยทำได้ดีที่สุดแค่เกือบ! อาจจะถูกให้ความหวังแบบผ่านๆ บ้าง

อาจจะได้เดินเฉี่ยวดอมดมดอกฟ้าอยู่ห่างๆ บ้าง แต่ไม่เคยมีใครที่สอยดวงดาวมาครอบครองได้จริงๆ เลยสักครั้งเดียว

เรื่องนี้ มันบอกเราได้อย่างหนึ่งว่า “แชมป์ฟุตบอลโลก” ไม่เคยมีที่ว่างให้กับเรื่องเซอร์ไพรซ์ใดๆ ทั้งสิ้น เพราะทุกๆ ทีมที่ผ่านจุดสูงสุด

ในรายการนี้ล้วนแต่คือชาติยักษ์ใหญ่ที่แฟนๆ ให้การยอมรับ ต่างกับเวทีอื่นๆ อาทิเช่น ศึก ยูโร ก็ยังเคยมีตำนาน “เดนิช ไดนาไม” เดนมาร์ก ในปี 1992 หรือ “เทพนิยาย” กรีซ เมื่อปี 2004

ประเด็นต่อมาที่น่าสนใจก็คือ นอกเหนือจากศึก เวิลด์ คัพ จะเคี่ยวสุดๆ ไม่เคยให้โอกาสทีมม้ามืดได้เชยชมถ้วยแชมป์แล้วนั้น – นี่ยังถือเป็นทัวร์นาเมนต์

ที่ไม่เคยเปิดโอกาสให้บรรดาทีมดาวรุ่งไร้ประสบการณ์ก้าวขึ้นมาชูถ้วยอันทรงเกียรตินี้เลยเช่นกัน

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อาจเคยมีขุนพล “ลูกกรอกคะนอง” ชุด คลาสส์ ออฟ 92 ที่ทะลึ่งคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก , เวที แชมเปี้ยนส์ลีก อาจเคยได้ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม

ซิวแชมป์ด้วยทีมที่อายุค่าเฉลี่ยอยู่แค่ 25 ปี แต่จงเชื่อว่าเรื่องเหล่านี้จะไม่มีทางเกิดขึ้นกับศึก เวิลด์ คัพ แน่นอน

ย้อนอดีต ทีมชาติ ที่ได้ถ้วย เวิลด์ คัพ ไว้ครอบครองมาแล้ว

หลักฐานในอดีตระบุชัด….ทีมที่จะเป็นแชมป์โลกได้นั้นจะต้องมีขุนแข้งประสบการณ์ระดับ เวิลด์คลาสส์ อยู่ในทีมไม่น้อยกว่า 3-4 คน

ความจริงดังกล่าวอาจสร้างความกังวลใจให้กับชาติยักษ์ใหญ่อย่าง อังกฤษ หรือ ฝรั่งเศส ในครั้งนี้ไม่มากก็น้อย

เนื่องจากขุมกำลังของทั้งคู่มีอายุค่าเฉลี่ยนักเตะอยู่เพียงแค่ 26 ปีเท่านั้น ซึ่งถือว่าน้อยที่สุดเป็นอันดับ 2 ใน เวิลด์ คัพ 2018 เป็นรองแค่ ไนจีเรีย อยู่ทีมเดียว
ฝรั่งเศส ชุดปัจจุบัน มีนักเตะที่ติดธงรับใช้ชาติเกิน 40 นัด อยู่เพียงแค่ 6 คน! และถึงแม้ผู้เล่นอย่าง ชิรูด์ , มาตุยดี้ , โยริส หรือ รามี่

จะไม่ได้อายุน้อยๆ แล้ว แต่พวกเขาก็ไม่ได้มีออร่าที่ทำให้เราเชื่อว่าจะสามารถปลุกเร้าทีมให้พ้นจากสถานการณ์วิกฤติได้ เฉกเช่นเดียวกับฝีเท้าที่ไม่ได้อยู่ในเกรด A บวกๆ อะไรมากมาย
มิวายต้องเอ่ยถึง อังกฤษ ของ แกเร็ธ เซาธ์เกต ที่นอกเหนือจากผู้เล่นชุดนี้จะชั่วโมงบินต่ำแล้ว ทั้งทีมยังมีแค่ แกรี่ เคฮิลล์ ที่ถูกเรียกติดธงเกิน 40 นัด อ

ยู่ 1 คนถ้วน! แถมไอ้เด็กๆ ที่เหลืออยู่ก็ไม่ค่อยอยู่กับร่องกับรอยสักเท่าไหร่ การฝันถึงแชมป์โลกของชาติวัย teen จึงเป็นอะไรที่ดูหนักหนาสาหัสเหลือเกิน

เด็กๆ เหล่านี้อาจคิดถึงการเป็นสีสันที่น่าประทับใจในศึก เวิลด์ คัพ ได้ แต่พวกเขาจะไม่มีวันเป็นแชมป์โลกได้ ถ้าขาดกลุ่มแข้งมากประสบการณ์หรือกัปตันทีมที่เปี่ยมบารมี

– เวิลด์ คัพ 1990

เยอรมัน คว้าแชมป์โดยมี โลธ่าร์ มัตเทอุส , อันเดรียส เบรเม่ และ รูดี้ โฟลเลอร์ ประคับประคองผสานกับเด็กรุ่นใหม่อย่าง เจอร์เก้น คลิ้นซ์มันน์ , สเตฟาน รอยเตอร์ และ อันเดรียส โมลเลอร์

– เวิลด์ คัพ 1994

บราซิล ชูถ้วยครั้งที่ 4 โดยมีตัวเก๋าอย่าง คาร์ลอส ดุงก้า , โรมาริโอ้ , เบเบโต้ , อัลดาเอีย และ เคลาดิโอ ทัฟฟาเรล พ่วงด้วยหนุ่มรุ่นกระทง ณ ตอนนั้นอย่าง คาฟู , เมาโร ซิลวา , เลโอนาร์โด้ และ โรนัลโด้ ในวัย 17

– เวิลด์ คัพ 1998

ฝรั่งเศส เปิดซิงแชมป์ เวิลด์ คัพ หนแรกด้วยประสบการณ์ของ โลร็องต์ บล็องค์ , ดิดิเย่ร์ เดส์ช็องส์ , มาร์กแซล เดอไซญี่ ร่วมด้วย ลิลิยง ตูราม , บิเซนเต้ ลิซาราซู , ซีเนอดีน ซีดาน และ มานู เปอตีต์ ในช่วงวัยพีคที่สุดในชีวิต

– เวิลด์ คัพ 2002

บราซิล เก็บแชมป์โลกสมัย 5 ที่นำโดย คาฟู กัปตันทีมวัย 31 และ ริวัลโด้ โดยมี โรนัลดินโญ่ โรนัลโด้ และ ลูซิโอ เป็นตัวแทนของเหล่าสายเลือดใหม่

– เวิลด์ คัพ 2006

อิตาลี ขึ้นสู่จุดสูงสุดด้วยรุ่นใหญ่อย่าง ฟาบิโอ คันนาวาโร่ , จานลุยจิ บุฟฟ่อน , อเล็กซ์ เดล ปิเอโร่ และ เมาโร คาโมราเนซี่ ขณะที่ อันเดรีย ปีร์โล่ , อัลแบร์โต้ จิลาร์ดิโน่ , ฟาบิโอ กรอสโซ่ , ลูก้า โทนี่ หรือ คริสเตียน ซัคคาโด้ กำลังเล่นในช่วงที่ท๊อปฟอร์มถึงขีดสุด

– เวิลด์ คัพ 2010
ย้อนอดีต ทีมชาติ ที่ได้ถ้วย เวิลด์ คัพ
สเปน เคาะบอลจนคู่แข่งหัวหมุน คว้าแชมป์โลกหนแรกในประวัติศาสตร์ด้วยตัวขึ้นหม้อร้อนฉ่าอย่าง ดาบิด บีย่า , อันเดรส อีเนียสต้า , เคราร์ด ปีเก้ , เซร์คิโอ รามอส และ ชาบี อลอนโซ่ แต่ก็ยังมีรุ่นใหญ่กว่าอย่าง การ์เลส ปูโยล , อิเกร์ กาซิยาส , และ ชาบี เอร์นานเดซ คอยคุมหัวเรือ

เวิลด์ คัพ 2014 เยอรมัน

บุกเถลิงบัลลังค์แชมป์แดน แซมบ้า ด้วยแข้งซีเนียร์อย่าง ฟิลลิปป์ ลาห์ม , มิโรสลาฟ โคลเซ่ และ บาสเตียน ชไวน์สไตน์เกอร์ ประสานงานกับกลุ่ม GEN ใหม่ มัตส์ ฮุมเมิ่ลส์ , โทนี่ โครส , มาริโอ เกิตเซ่ ซามีร์ เคดิร่า และ เมซุต โอซิล นับได้ว่ากลมกล่อมสุดๆ หลังจากปั้นทีมมาหลายปี
จะเห็นได้ว่าแชมป์โลกทุกยุคทุกสมัย มีส่วนผสมที่ลงตัวของกลุ่มผู้เล่นประสบการณ์สูง , กัปตันทีมสุดยอดผู้นำ และเด็กดาวรุ่งสายเลือดใหม่อยู่ครบถ้วน

องค์ประกอบทุกอย่างนั้นลงตัวเอามากๆ ซึ่งทีม “ยัง บลัด” ในหนนี้อย่าง อังกฤษ , ไนจีเรีย หรือ ฝรั่งเศส ก็คงต้องหันกลับมาถามตัวเองว่าพวกเขาดีพอหรือไม่สำหรับการฝันสูง ?

เพราะถ้าหากไม่พอ มันก็เหลือวิธีการอยู่อย่างเดียวคือ “พวกเขาจะต้องแหกกฏขีดเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่”

นักเตะอย่าง ป๊อกบา , กรีซมันน์ , เอ็มบาปเป้ , ก็องเต้ , วาราน หรือ เลอมา อาจไม่ได้ฝีเท้ากะโหลกกะลา แต่พวกเขาจะแบกรับความกดดันมหาศาลในช่วงหน้าสิ่วหน้าขวานได้มั้ย ?

แกรี่ เคฮิลล์ ผู้นำของ อังกฤษ จะดีถึงขั้นผงาดชูถ้วยแชมป์โลกให้ชาติต่อจาก บ๊อบบี้ มัวร์ เมื่อปี 66 ได้จริงๆ อย่างนั้นเหรอ ?

อีกราวๆ 1 เดือน ถัดจากนี้ เราทุกคนจะได้คำตอบ ย้อนอดีต ทีมชาติ ที่ได้ถ้วย เวิลด์ คัพ ไว้ครอบครองมาแล้ว

Tags : , , , , ,
Leave Comment