จะเป็น ยังไง เมื่อนักบอล ถูกห้าม เป็นตัวเอง ชะตาที่สอดคล้อง สาวๆBNK

06/12/2018 ballroad

จะเป็น ยังไง เมื่อนักบอล ถูกห้าม เป็นตัวเอง มีเพื่อนๆ ผมหลายคนมาก ที่รู้สึกลังเล ยังไม่รู้จะตัดสินใจเข้าไปชม Girls don’t cry กันดีหรือไม่

ดู trailer คร่าวๆ มัน “เหมือน” พอจะเดาได้ว่า “หนังสารคดี” ในสไตล์คุณ เต๋อ นวพล จะปล่อยลีลาออกมาแบบไหน – มองเผินๆ ก็ชวนให้นึกถึงผลงานในอดีตอย่าง The Master ที่พูดถึงร้านวีดีโอพี่แว่น

ความย้อนแย้งของการซื้อหนังเถื่อนผิดกฎหมาย แต่ในมุมหนึ่ง ก็ดันช่วยเปิดโลกสร้างผู้กำกับชั้นเซียนในบ้านเราขึ้นมาเพียบ

กับ BNK48 ที่มีการพูดถึงเบื้องลึกไส้ในแห่งการแบ่งชนชั้น การต่อสู้แย่งชิงกันเองในวงที่ไม่ได้แบ๊วสวยหรูเหมือนฉากหน้าที่เราเห็น ชี้ชวนให้ได้ทราบถึงทั้งความจริงอันโหดร้ายของชีวิต

ผมนึกในใจ….นี่ดูจะเป็นแนวทางแบบซ้ำๆ เดิมๆ ของคุณเต๋อ ในช่วงหลังหรือเปล่า ? เออ แต่กูก็อยากดูอยู่ดีหว่ะ! หนังสไตล์ Documentary ยังไงมันก็ต้องแนวๆ นี้อยู่แล้วป่าววะ ? แถมได้เห็นหน้าสวยๆ ของ อรอุ๋ง บ้างบางฉาก มันก็คงไม่เสียหายมั้ง

ทันทีที่หนังจบ! เข็มนาฬิกาตีผ่าน 4 ทุ่ม ผมบอกกับตัวเองว่าตลอด 110 นาทีของหนังคุณเต๋อ คงไม่ต่างจาก 90 นาที ของเกมฟุตบอลสักเท่าไหร่

ลายเซ็นคนทำชัดมาก! แต่ถ้าเนื้อหามันดีจริง เราก็อยากจะเสียตังเข้าไปดูอยู่ดี เหมือนๆ กับทุกสัปดาห์ที่เราเฝ้ารอผู้เล่น 22 คน วิ่งไล่ล่ากันบนสนามหญ้าในเป้าหมายเดิมๆ

ย้อนกลับมาดูเหตุการณ์ล่าสุดในสัปดาห์เปิดสนามศึก กัลโช่ เซเรีย อา เมื่อสัปดาห์ก่อน มีสิ่งที่เห็นแล้วชวนให้โยงถึงประเด็นใน Girls don’t cry ในประเด็นเรื่องความสำคัญของการสร้างคาแร็คเตอร์รายตัวให้โดดเด่นอยู่เหมือนกัน

กฎของ เซเรีย อา ฤดูกาลใหม่ ระบุเป็นลายลักษณ์อักษรชัดเจนว่า กัปตันทีมของทุกสโมสรจะต้องสวมปลอกแขนกัปตันในแพทเทิร์นเดียวกันทั้งหมด

จะเป็น ยังไง เมื่อนักบอล ถูกห้าม เป็นตัวเอง

เป็นกฎใหม่ที่ทำเอาหลายๆ คนมึนงงมากนะครับ เพราะมองยังไง เราก็ไม่เห็นว่าการใช้ปลอกแขนที่เป็นลวดลายเฉพาะตัวของแต่ละทีม มันแย่ตรงไหน ?

กาปิตาโน่ หลายๆ คนไม่ยอมทำตาม และมีความเสี่ยงจะถูกลงโทษในภายหลัง นำมาโดย ดานิเอเล่ เด รอสซี่ และ ปาปู้ โกเมซ หัวหน้าแก๊งของ อาแอส โรม่า และ อตาลันต้า ที่ยังสวมปลอกแขนเฟี้ยวฟ้าวของตัวเองชิ้นเดิมในแมตช์เปิดฤดูกาล

การใช้ปลอกแขนเป็นผ้าผูกสีแดงสดของ เด รอสซี่ และการใช้ปลอกแขนลายสโมสรของ โกเมซ นั้นผิดมากเหรอ ?

ทำไมทุกๆ คนจะต้องใส่ยูนิฟอร์มเหมือนกัน ความสำคัญเรื่องนี้เป็นคนละเรื่องกับที่บ้านเราเคยมีข้อถกเถียงเรื่องเครื่องแบบชุดนักเรียนและทรงผม ที่ยังพอมีเหตุผลฟังขึ้นอยู่บ้างนะครับ

ในขณะที่ผู้ใหญ่บ้านเรามีเหตุผลของการออกกฎแต่งเครื่องแบบนักเรียน ว่าไม่ต้องการให้เด็กรู้สึกถึงความเหลื่อมล้ำทางฐานะของสังคมเด็กรวย-เด็กจน มากเกินไป

….แล้วเหตุผลของการให้สวมปลอกแขนกัปตันทีมเหมือนกันทั้งลีกของ กัลโช่ ล่ะ พวกเราต่างก็ใคร่อยากรู้!

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกของวงการลูกหนังที่เรื่องราวแบบนี้ เพราะก่อนหน้านั้น เราก็เคยได้เห็นกฎห้ามถอดเสื้อฉลองประตู ซึ่ง ฟีฟ่า ประกาศใช้มาตั้งแต่ปี 2004 โดยให้เหตุผลว่าเป็นการกระทำที่ไม่มีน้ำใจนักกีฬา! (งั้นเหรอ ?)

ยิ่งฟังก็ยิ่ง “งง” ว่าระเบียบแบบนี้ถูกตั้งขึ้นมาได้ยังไง บางคนก็ว่าเป็นเพราะขัดกับหลักศาสนาอิสลาม , ทำให้เสียเวลา , อนาจาร หรือบ้างก็บอกว่าป้องกันโฆษณาแฝงและการแสดงจุดยืนทางการเมือง

เรื่องแบบนี้มันควรพิจารณาความผิด-ถูกเป็นรายๆ ตัวรึเปล่า! ไม่ใช่มาวางกฎเหมารวมแบบที่เป็นอยู่ เพราะถ้าหาก อีเนียสต้า อยากจะถอดเสื้อโชว์ข้อความเสื้อข้างในเพื่อไว้อาลัยเพื่อนที่จากไป

หรือ เบนท์เนอร์ จะถอดเสื้อแฝงโฆษณาที่ขอบบ็อคเซอร์ พวกเขาก็ไม่ควรถูกลงโทษด้วยมาตรฐานเดียวกันหมดมั้ย

กีฬาคือสิ่งที่ควบคู่กับความบันเทิง เราเสพย์อารมณ์ร่วม เราอยากจะเพลิดเพลินกับลีลาอันสง่างามและการสร้างศิลปะชั้นยอดของพ่อค้าแข้งบางราย ไม่ใช่ไปนั่งดูหุ่นยนต์ไร้อารมณ์วิ่งฟาดฟันกันแบบไม่รู้สึกรู้สา

แน่นอนครับว่าการเอาเงื่อนไขทางสังคมของ BNK48 มาเทียบกับฟุตบอล มันคงไม่ถูกต้องเหมือนกันซะหมด – เพราะเราพอจะเข้าใจได้ว่าธรรมชาติของ Girl group นั้นเรื่องคาแร็คเตอร์และภาพลักษณ์ที่ชัดเจน

อาจมีความสำคัญมากกว่า หรือพอๆ กับความสามารถของน้องๆ เลยด้วยซ้ำ ใบหน้าที่สวยกว่า , คาแร็คเตอร์ที่ชัดกว่า อาจนำมาซึ่งความสำเร็จที่มากกว่าน้องๆ บางคนที่เก่งกาจ แต่ขาด Look เด่นๆ ที่ผู้คนจำได้

ตรงกันข้ามเลยกับวงการฟุตบอล เพราะมันไม่มีข้อโต้แย้งว่าความสามารถของคุณคือสิ่งที่สำคัญที่สุดเหนือกว่าเรื่องราวใดๆ ทั้งหมด

แต่ลองคิดให้ดี….หากเรากำลังจะบอกว่าเอกลักษณ์และ Look ที่โดดเด่นของพ่อค้าแข้ง ไม่มีความสำคัญเลยสักนิดในวงการนี้อย่างนั้นเหรอ ?

มันอาจเป็นการยกยอที่เกินไปบ้างนะครับ แต่อาชีพนักฟุตบอลก็ถือเป็นสายงานที่ต้องใช้ไอเดียแห่งการสร้างสรรค์ไม่ต่างจากงาน Art ด้านอื่นๆ สักเท่าไหร่

ฉะนั้น การได้มีอิสระปลดปล่อยตัวเองทางความคิด จึงเป็นเรื่องที่เราไม่ควรลืมความสำคัญ – มันก็ใช่ที่ว่า ลายปลอกแขนกัปตันทีม เป็นเพียงแค่เศษเสี้ยวเล็กๆ ที่ไม่ใช่เรื่องใหญ่ขนาดนั้น แต่ก็หาใช่ว่าเป็นเรื่องที่ควรมองข้าม

ถ้าเรายังมองว่าฟุตบอลเป็นกีฬาแห่งความบันเทิงอยู่ ไม่ว่าจะปลอกแขนกัปตันทีม , การถอดเสื้อระเบิดอารมณ์ หรือการแสดงความรู้สึกของความเป็นปัจเจกมนุษย์ใดๆ ขึ้นมา มันก็เป็นเรื่องเล็กๆ ที่เราไม่ควรเพิกเฉย

และใครจะรู้ล่ะ! หากมองกันเว่อร์ๆ หน่อย เราอาจได้เห็นการเพิ่มกฎเกี่ยวกับการใช้ Social เข้ามาอีกในอนาคต และมันจะไม่มี เดเล่ อัลลี Challenge ให้เพลิดเพลินกันแบบทุกวันนี้อีกแน่นอน

เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน จอมคนเลือดสกอตผู้เป็นตำนานของ แมนฯ ยูไนเต็ด เคยเป็นห่วงเรื่องแฟชั่นนักฟุตบอลยุคหลังๆ ที่อุปกรณ์เครื่องเคราเยอะเหลือเกิน ไม่ว่าจะเป็นที่คาดผมของ เตเวซ , เสื้อแขนยาวและถุงมือของ ยาย่า

และทรงผมขัดใจแม่ของนักเตะอีกหลายคน ซึ่งเราก็พอเข้าใจได้ถึงเหตุผลที่กุนซืออยากให้นักเตะมีสมาธิมุ่งมั่นกับฟุตบอลเป็นหลัก

แต่นั่นไม่ใช่ว่าเราจะต้องตัดเรื่องพวกนี้ออกไปให้หมดเกลี้ยงสักหน่อย! ตราบใดที่นักเตะคนนั้นๆ มีลิมิตอันสมควร ซึ่งในท้ายที่สุดแล้ว ฟอร์มการเล่นจะฟ้องออกมาเอง

คำสั่งเฮี้ยบของ ดาเนี่ยล พาสซาเรลล่า อดีตกุนซืออาร์เจนตินา ที่สั่งให้ลูกทีมทุกคนตัดผมสั้น และแบนซูเปอร์สตาร์อย่าง คานิเกีย กับ เรดอนโด้ ออกจากทีมเพราะไว้ผมยาว ก็ไม่ช่วยให้ อารเจนตินา ไปถึงตำแหน่งแชมป์โลกปี 1998 เช่นกัน

เป็นความจริงอาจจะโหดร้าย แต่เราปฏิเสธไม่ได้ว่า คาแร็คเตอร์ ที่ชัดเจนได้ช่วยให้เราจดจำสาวๆ บางคนของ BNK ได้แม่นมาก ไม่ว่ามันจะเป็นตัวตนที่แท้จริงของน้องๆ ด้วยหรือไม่ก็ตาม และมันก็คงดีถ้าเราจะจดจำผู้เล่นสักคนได้จากบางอย่างที่ฉีกออกจากเรื่องฝีเท้าไปบ้าง

สำหรับโลกฟุตบอล มันไม่ได้เลวร้ายอะไรเลยด้วยซ้ำ ที่กัปตันทีมหรือผู้เล่นคนหนึ่ง จะสามารถแสดงออกทางความคิดของตัวเองออกมาได้แบบเสรี

อิสระในการแสดงความเป็นตัวเองของมนุษย์ จะยังคงเป็นส่วนเล็กๆ ส่วนหนึ่งของ “เสน่ห์ของฟุตบอล” ที่เราหลงรักอยู่เสมอ ไม่ว่าคุณจะชอบหรือคิดว่ามันสำคัญหรือไม่ก็ตาม จะเป็น ยังไง เมื่อนักบอล ถูกห้าม เป็นตัวเอง

Tags : , ,
Leave Comment